ก็ทุกข์ทั้งนั้น


บ้านผมเลี้ยงแมวหลายตัว…
.
เลี้ยงในบ้านอันหมายถึงอยู่ในบ้านร่วมกับคนหนึ่งตัว เป็นแมวตัวแรกที่เลี้ยง อายุ 14 ปีแล้ว เลี้ยงมาตั้งแต่ตัวเล็กๆยังไม่หย่านม
.
มูลเหตุที่เลี้ยงก็คือ เจ้าแมวน้อยถูกทิ้งที่หน้าบ้าน แม่ซึ่งเป็นแมวเถื่อนในซอยมีลูก 2 ตัว ด้วยเหตุใดไม่ทราบจึงทิ้งลูกตัวหนึ่ง ปล่อยให้ร้องอยู่ที่ข้างกำแพงด้านนอกบ้านทั้งคืน ตอนเช้าก่อนไปทำงานผมไปพูดกับลูกแมวว่า ถ้าตอนเย็นกลับมายังอยู่ที่นี่จะเลี้ยงนะ
.
พอตกเย็นปรากฏว่าเมื่อกลับถึงบ้านตอนเย็น ลูกแมวเข้ามารอที่โคนต้นมะม่วงในบริเวณบ้าน นับตั้งแต่นั้นจึงกลายเป็นแมวบ้าน ไม่ใช่แมวเถื่อนอีกต่อไป
.
เมื่อเลี้ยงแล้วก็รักและผูกพัน ตอนนั้นยังไม่มีลูก แมวจึงเป็นเหมือนลูก พอโตขึ้นก็ออกนอกบ้านไปผสมพันธุ์ ตั้งท้อง มีลูกหลายตัว ก็เลี้ยงลูกแมวต่อมาเรื่อยๆ แต่อยู่นอกบ้าน คือไม่ได้อยู่ร่วมกับคน จัดการที่อยู่ให้รอบๆตัวบ้าน มีแมวจับจองเป็นเจ้าของทุกมุม
.
ตอนนี้ ผ่านไป 14 ปี แมวที่ออกลูกออกหลานนับรวมกันแล้วก็คงเป็นร้อยๆตัว แต่พอโตแล้วเขาก็แยกย้ายกันไป แมวเป็นสัตว์ที่รักอิสระ มีความเป็นตัวเองสูง ดังนั้น การเลี้ยงแบบปล่อยจึงเป็นการดีที่สุด เขาอยากไปไหนมาไหนก็ตามสบาย หลายๆครั้งมีแมวแปลกหน้ามาจากไหนไม่ทราบ มากินมานอนอยู่ด้วยกันกับแมวที่บ้าน เมื่อถึงเวลาก็ไป บางทีชวนตัวที่อยู่ก่อนไปด้วย
.
ถามว่าเลี้ยงแมวมีความสุขไหม ก็ต้องตอบว่ามีความสุข แต่ก็มีความทุกข์ด้วย
.
ทุกข์เพราะความเป็นห่วงเมื่อมีแมวหายไป กลัวว่าจะไม่สบาย กลัวจะเป็นอันตราย เมื่อแมวไม่สบายก็ทุกข์เพราะความสงสาร ต้องพาไปรักษา บางครั้งก็ทุกข์เพราะค่ารักษาแมวที่แพงกว่ารักษาคน อาหารแมวก็แพงกว่าอาหารคน ทุกข์เพราะกลัวว่าจะไม่มีเงินซื้ออาหารให้แมว
.
เลี้ยงไปทุกข์ไปหลายๆเรื่องครับ ตอนแมวตายก็ทุกข์เพราะคิดถึง ผูกพัน เหมือนสมาชิกในบ้านเรือน ได้ยินเสียงแมวร้องก็นึกว่าเป็นเสียงแมวตัวที่ตายไปก็มี
.
สรุปว่า มีความทุกข์ครับ เลี้ยงแมวแม้จะมีความสุขแต่ก็มีความทุกข์ ดูเหมือนว่าชีวิตนั้น ไม่ว่าจะเป็นชีวิตแบบใดก็มีแต่ทุกข์ทั้งนั้น
.
ความสุขมีบ้าง แต่ดูเหมือนว่าน้อย ความทุกข์มีมากกว่า
.
ลองสังเกตดูดีๆ ชีวิตในวันหนึ่งของเรา มีเรื่องพอใจทำให้เป็นสุขมากกว่าหรือน้อยกว่าเรื่องที่ทำให้ไม่พอใจ เป็นทุกข์
.
พระพุทธองค์ทรงชี้ให้เห็นว่า เรามีทุกข์กันมาก เมื่อเกิดมาก็มีทุกข์เลย ทุกทั้งตัวเราเอง ทุกข์ทั้งพ่อแม่ที่ให้กำเนิดมา ทุกข์ทั้งสิ้น
.
เมื่อเราเลี้ยงสัตว์ เราก็ทุกข์ สัตว์ที่เราเลี้ยงก็ทุกข์ นับว่าเป็นเพื่อนร่วมทุกข์กันโดยแท้
.
อีกไม่นาน แมวที่เลี้ยงไว้จนแก่เฒ่าอายุเข้า 14 ปีแล้วนั้นก็ต้องตายจากไป ผมมองเห็นความทุกข์ของตัวเองไว้ล่วงหน้าแล้วว่า จะต้องเกิดขึ้นแน่นอน เพราะเลี้ยงเขามาตั้งแต่เล็ก มีความรัก มีความผูกพัน ทุกๆวันต้องแปรงขนทำความสะอาดให้ เมื่อมีคนอยู่ครบทุกคนแมวก็ดูมีความสุข คนก็มีความสุข ถ้าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจากไป อีกฝ่ายหนึ่งก็คงทุกข์แน่นอน
.
แต่ยังดีที่เห็นความทุกข์ล่วงหน้า เตรียมใจไว้ เมื่อถึงเวลาคงทุกข์น้อยหน่อย
.
ทุกๆเรื่องเมื่อได้เตรียมตัวไว้ก่อน ก็คงทุกข์น้อยลง แต่ยังไงๆก็ยังทุกข์ทั้งนั้น.
.
๒๙ ตุลาคม ๒๕๕๑

เชิญอ่านเรื่องแนวเดียวกันเพิ่มเติม

This entry was posted on Tuesday, October 28th, 2008 and is filed under บันทึกชีวิต. You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. You can leave a response, or trackback from your own site.

เชิญร่วมแสดงความคิดเห็นที่นี่ครับ

ยินดีต้อนรับทุกท่านที่มาเยือน

ข้อเขียนในบล็อกนี้ท่านสามารถนำไปเผยแพร่ผ่านสื่อต่าง ๆ เพื่อประโยชน์แก่สาธารณะได้ โดยอ้างอิงผู้เขียน โกศล อนุสิม และ www.kosolanusim.org หากนำไปเผยแพร่ผ่านสื่ออินเตอร์เน็ตโปรดใส่ลิงก์เชื่อมโยงกลับมาที่นี่ด้วย ห้ามนำไปแสวงหาประโยชน์ในทางการค้าใด ๆ

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย. มูลนิธินักอ่านบ้านนา

สโมสรหนอนหนังสือ

ในโลกหนังสือ 365 วัน

เรื่องล่าสุด

เรื่องน่าอ่าน

คนร่วมคุย

Free counter and web stats