ข้าพเจ้าจะรับผิดชอบเอง [เรื่องสั้นวิทยาศาสตร์]

ท่านอภิมหามนตรี ไม่ชอบให้ใครชี้แนะท่านว่า ต้องทำอย่างนั้น อย่างนี้ อย่างโน้น อย่างไหนมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ไม่ว่าก่อนหรือหลังดำรงตำแหน่งอภิมหามนตรีแห่งสวรรยา* เว้นเสียแต่บอกว่าสิ่งที่ท่านกระทำลงไปนั้นเป็นกิจอันเลิศล้ำ หาผู้ใดกระทำเสมอเหมือนมิได้ นั่นแหละ ท่านจึงจะรับฟังโดยยินดี และกระทำอย่างที่ท่านกระทำไปเช่นเดิมด้วยความองอาจ แม้นมีชนชาวสวรรยาหมู่ใดกล่าววิพากษ์วิจารณ์ในทางไม่เห็นชอบในการกระทำของท่าน รวมถึงบรรดาหมู่ชนที่ชี้แนะให้ท่านปรับปรุงแก้ไขการใดๆก็ตาม ท่านย่อมจะถือว่าชนเหล่านั้นหามีสายตาอันชัดเจนยาวไกลเช่นท่านไม่ ปัญญาก็มืดบอดเสียทั้งสิ้น ท่านจึงถือว่าเป็นเหมือนเสียงฟองอากาศที่ผุดขึ้นมาจากโคลนเลนใต้พิภพ ไร้ค่าและราคาหาควรสดับตรับฟังไม่

“สิ่งใดก็ตามที่ข้าพเจ้ากระทำไป หรือใช้ให้ใครกระทำ สิ่งนั้น ข้าพเจ้าจะรับผิดชอบเองแต่ผู้เดียว” ท่านประกาศเช่นนี้เสมอ

ท่านอภิมหามนตรีไม่สนใจใยดีในข้อศึกษาวิเคราะห์ของเหล่านักปราชญ์ราชบัณฑิตย์ว่า นับตั้งแต่ถูกเทพเจ้าลงโทษเมื่อกาลก่อน ด้วยการส่งฝนกรดลงมาล้างพิภพเมื่อนานมาแล้ว เพราะชนทั้งหลายต่างไร้ศีลธรรม สิ้นความเคารพในความถูกต้อง ไม่ยึดถือความยุติธรรม จนทำให้ล้มตายลงไปเกือบจะสิ้นทั้งพิภพ ชาวสวรรยาที่รอดชีวิตจึงกลับเข้ามาอยู่ในกรอบแห่งความถูกต้อง สร้างสรรค์อารยธรรมให้เจริญรุ่งเรืองภายใต้ครรลองของศีลธรรม ความถูกต้อง และความยุติธรรม ที่ผู้รอดชีวิตในครั้งนั้นรวบรวมเรียบเรียงขึ้นมาใหม่เรียกว่าไตรสดมภ์ เพื่อใช้เป็นหลักในการยึดถือปฏิบัติต่อเนื่องยาวนานมานับหมื่นๆชั่วอายุสวรรยาชนแล้ว นานจนเรื่องราวการลงโทษของเทพเจ้ากลายเป็นตำนาน และชาวสวรรยาเริ่มหย่อนยานในไตรสดมภ์อีกครั้ง

บรรดานักปราชญ์ราชบัณฑิตย์ ผู้ยึดมั่นในไตรสดมภ์ ต่างเป็นกังวลว่า ชะตากรรมของชาวสวรรยาอาจพบกับจุดจบอีกครั้งก็เป็นได้ หากปล่อยให้ฝูงชนทั้งหลายละเลยไตรสดมภ์ หันมาทำมิชอบกันมากขึ้น ทั้งผู้นำและผู้ตาม

ชนชาวสวรรยาผู้ที่ยึดมั่นในไตรสดมภ์ ต่างออกมาวิพากษ์วิจารณ์สังคมกันอย่างขนานใหญ่ เพื่อชี้ให้เห็นถึงภัยอันตรายของการขาดศีลธรรม ละเลยความถูกต้อง ละทิ้งความยุติธรรม เรียกร้องให้ชนชาวสวรรยากลับตัวกลับใจ โดยเฉพาะบรรดาผู้นำทั้งหลาย อันประกอบด้วย ท่านอภิมหามนตรีผู้นำสูงสุด มหามนตรีที่ประกอบเป็นคณะมหามนตรีผู้บริหาร และบรรดาเหล่ามนตรีน้อยใหญ่ที่รับผิดชอบในการบริหารงานสังคมลดหลั่นกันไปนั้น ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ว่า เป็นผู้ละทิ้งไตรสดมภ์ไปเป็นส่วนมาก อาจจะนำไปสู่การเกิดอาเพศ จนเป็นมูลเหตุทำให้เทพเจ้าต้องล้างบางความชั่วร้าย ซึ่งจะทำให้ชาวสวรรยาต้องตายเป็นเบือจนเกือบหมดพิภพอีกครั้ง

ความกังวลของเหล่านักปราชญ์ราชบัณฑิต ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ ชี้นำ ชี้แนะ ทางปฏิบัติอันถูกต้องตามไตรสดมภ์นั้น แน่นอนว่า ย่อมกระทบต่อสถานะของท่านอภิมหามนตรีและมหามนตรีทั้งหลาย เพราะการละเมิดไตรสดมภ์ดังกล่าวนั้น บรรดาผู้วิพากษ์วิจารณ์ต่างชี้ไปที่ท่านอภิมหามนตรี ว่าเป็นผู้ละเลยเสียเอง ทั้งๆที่เป็นผู้นำ และเหล่ามหามนตรีทั้งหลายนั้นเล่า ก็ย่อมจะทำตามหรืออาจจะได้รับบัญชาจากท่านอภิมหามนตรีให้ทำตามเสียด้วยซ้ำ เมื่อเป็นดังนี้ ย่อมจะเกิดผลตามมาอย่างน้อยสองประการคือ ทำให้ชนทั้งหลายเอาอย่าง เป็นประการที่หนึ่ง และประการที่สองก็คือ ทำความเดือดร้อนแก่ชนผู้ไม่เอาอย่าง เพียงสองประการนี้ก็จะนำไปสู่ความล่มจมของสังคมสวรรยา โดยเทพเจ้าไม่ต้องลงโทษ

“สิ่งใดๆก็ตามที่ท่านทั้งหลายกล่าวมานั้น หากเกิดขึ้นจริง ข้าพเจ้าจะรับผิดชอบเองแต่ผู้เดียว” ท่านอภิมหามนตรีแห่งพิภพสวรรยาประกาศย้ำเป็นครั้งที่เท่าใดก็มิอาจนับได้

แม้ท่านอภิมหามนตรีจะยืนยันความรับผิดชอบอย่างหนักแน่นเช่นนั้น ชนชาวสวรรยาก็ยังไม่เชื่อมั่นและไว้ใจในตัวท่านอภิมหามนตรี ความไม่เชื่อมั่นดังกล่าวนับวันแต่จะเพิ่มมากขึ้น แผ่ขยายไปในหมู่ชาวสวรรยาอย่างกว้างขวางทวีคูณ ประชาชนเริ่มเชื่อถือเหล่านักปราชญ์ราชบัณฑิตมากกว่าท่านอภิมหามนตรีและมหามนตรีทั้งหลาย ที่ทำหน้าที่บริหารกิจการของพิภพ ทั้งยังวิพากษ์วิจารณ์และเปิดโปงความไม่ชอบมาพากลในการบริหารกิจการพิภพสวรรยาของท่านอภิมหามนตรีและคณะมหามนตรีมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องที่ขัดต่อไตรสดมภ์ทั้งสิ้น อาทิ การคดโกง การส่งเสริมพวกพ้องของตนให้ได้ผลประโยชน์ การปล่อยให้คู่ครองของท่านที่ไม่เกี่ยวข้องในการบริหารบ้านเมืองเข้ามีอิทธิพลอยู่เบื้องหลัง ทำให้การบริหารกิจการของพิภพต้องปั่นป่วน ไร้ระบบ ไม่มีหลักการอันชอบธรรม เหล่ามนตรีผู้ที่ทำงานอย่าง ซื่อสัตย์สุจริต รักษาประโยชน์แห่งประชาชนชาวสวรรยา ถูกกลั่นแกล้งไม่ให้ทำหน้าที่ ถูกปลดออกจากตำแหน่งอย่างไม่เป็นธรรม โดยมหามนตรีที่รับผิดชอบ ฯลฯ เหล่านี้ ล้วนแต่เป็นเรื่องที่มีผลกระทบอันร้ายกาจต่อความมั่นคงของพิภพสวรรยาและชาวสวรรยาทั้งสิ้น

ประชาชนชาวสวรรยาต่างตั้งคำถามต่อท่านอภิมหามนตรี ในเรื่องราวความไม่ชอบมาพากลต่างๆ เรียกร้องให้ท่านแก้ปัญหา ให้ท่านรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น

“ข้าพเจ้าจะรับผิดชอบเองแต่ผู้เดียว” ท่านประกาศหนักแน่นเช่นเดิม “ข้าพเจ้าได้สั่งการให้มีการตรวจสอบ ไต่สวน หาคนผิดเพื่อลงโทษอย่างเด็ดขาด ทุกสิ่งทุกอย่างที่ท่านทั้งหลายกล่าวมา ข้าพเจ้าเชื่อว่าไม่เป็นจริง แต่เพื่อความสบายใจของชาวสวรรยา ข้าพเจ้าขอรับผิดชอบเองแต่ผู้เดียว หากการไต่สวนนั้นมีความผิดเกิดขึ้นจริง”

แล้วท่านอภิมนตรีก็แต่งตั้ง คณะกรรมการไต่สวน สอบสวน สืบสวน ข้อเท็จจริงและหาความผิดในการบริหารงานของคณะมนตรีแห่งสวรรยา เรียกชื่อย่อว่า กตสส.ขค.คบส. จำนวน 500 ให้เป็นคณะกรรมการอิสระ ไม่ขึ้นตรงต่อผู้ใด เพื่อจะได้ทำงานอย่างโปร่งใส อิสระ เสรี มีคุณภาพ ตามที่ชนชาวสวรรยาต้องการ

แต่แล้ว คณะกรรมการที่เรียกว่า กตสส.ขค.คบส.นั้น กว่ากึ่งหนึ่งได้รับคำครหาว่าเป็นผู้ใกล้ชิดกับท่านอภิมหามนตรีและมหามนตรีอื่นๆ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง จึงไม่เชื่อว่าจะทำงานอย่างโปร่งใส อิสระ เสรี มีคุณภาพ ตามวัตถุประสงค์ได้

“หากชนชาวสวรรยายังไม่สนิทใจ ข้าพเจ้าขอรับผิดชอบเองแต่ผู้เดียว” ท่านอภิมหามนตรีกล่าวต่อหน้าสาธารณชน “ข้าพเจ้าจะทำให้พวกท่านมั่นใจยิ่งขึ้น”

ท่านอภิมหามนตรีแสดงความรับผิดชอบตามที่ท่านลั่นวาจาไว้ โดยท่านได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาอีกคณะหนึ่ง เรียกว่า คณะกรรมการไต่สวน สอบสวน สืบสวน และควบคุมการทำงานของคณะกรรมการไต่สวน สอบสวน สืบสวน ข้อเท็จจริงและหาความผิดในการบริหารงานของคณะมนตรีแห่งสวรรยาให้เป็นไปตามหลักแห่งไตรสดมภ์ เรียกคำย่อว่า คสสค.กตสส.ขค.คบสตสด. จำนวน 1,000 โดยคณะกรรมการ คสสค.กตสส.ขค.คบสตสด. 2 คน คอยสอดส่องการทำงานของ กตสส.ขค.คบส 1 คน เพื่อจะได้ช่วยกันควบคุมให้ทำงานด้วยความโปร่งใส อิสระ เสรี มีคุณภาพ อย่างแท้จริง

ดูเหมือนว่าการทำงานของคณะกรรมการทั้งสองจะเป็นไปด้วยดี ต่างทำหน้าที่ของตนอย่างเต็มที่ แต่แล้ว เหมือนวิบากกรรมยังไม่สิ้นสุด คณะกรรมการทั้งสองเกิดขัดแย้งกันขึ้น ฝ่ายแรก กล่าวหาฝ่ายหลังว่าคอยกลั่นแกล้ง เพราะไม่ต้องการให้ขุดคุ้ยหาความผิดของบรรดามหามนตรีทั้งหลายที่ฝ่ายหลังเกี่ยวข้องอยู่ ฝ่ายหลังก็กล่าวหาฝ่ายแรกว่า ไม่ยอมให้ความร่วมมือในการทำงาน การทำงานก็เป็นไปอย่างล่าช้า ถ่วงเวลา และตอบโต้ว่า ที่กล่าวหาว่าคอยกลั่นแกล้งไม่ให้ขุดคุ้ยความผิดของมหามนตรีขี้ฉ้อนั้น เป็นข้อกล่าวหาที่เลื่อนลอย เพราะฝ่ายหลังได้รับแต่งตั้งขึ้นมาก็เพราะฝ่ายแรกถูกกล่าวหาว่าเป็นพวกของมหามนตรีต่างหาก ดังนั้น ผู้ที่ใกล้ชิดหรือเป็นพวกของมหามนตรีที่ชนชาวสวรรยาสงสัยว่าคดโกงนั้น คือฝ่ายแรกนั่นแหละ

ชาวสวรรยาต่างโจษขานกันทั่วพิภพ บรรดานักปราชญ์ราชบัณฑิตย์ได้ที ต่างยืนยันข้อสันนิษฐานของตนว่าเป็นจริงแท้ หากเป็นเช่นนี้ต่อไป เทพเจ้าอาจลงโทษชาวสวรรยาด้วยการปล่อยฝนกรดลงมาล้างเข้าสักวัน หากอภิมหามนตรีไม่ยอมแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง โดยการลาออกแล้วให้ผู้ที่มีคุณธรรมสูงกว่า มีความรู้ความเข้าใจและยึดมั่นในไตรสดมภ์ขึ้นมาบริหารกิจการของพิภพแทน

“ข้าพเจ้าได้รับเลือกจากชาวสวรรยาจำนวนมากหลายโกฏิเสียงให้มาทำหน้าที่นี้ การที่ข้าพเจ้าจะลาออกเพราะเสียงของชนบางกลุ่มนั้น ย่อมเป็นการละทิ้งหน้าที่ ขาดความรับผิดชอบ ดังนั้นในการนี้ ข้าพเจ้าจะรับผิดชอบเองแต่ผู้เดียว” ท่านอภิมหามนตรีย้ำจุดยืนชัดเจน “นับแต่นี้ต่อไป ข้าพเจ้าจะจัดการปัญหาทั้งหลายอย่างเด็ดขาดแล้ว”

ท่านอภิมหามนตรีประกาศแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นอีกคณะหนึ่ง มีหน้าที่ในการศึกษาหาข้อขัดแย้งระหว่างกรรมการทั้งสองชุด และมีอำนาจในการสั่งให้คณะกรรมการทั้งสองชุดปฏิบัติตาม คณะกรรมการชุดใหม่นี้ ชื่อว่า คณะกรรมการศึกษาข้อขัดแย้งระหว่างคณะกรรมการไต่สวน สอบสวน สืบสวน ข้อเท็จจริงและหาความผิดในการบริหารงานของคณะมนตรีแห่งสวรรยา กับคณะกรรมการไต่สวน สอบสวน สืบสวน และควบคุมการทำงานของคณะกรรมการไต่สวน สอบสวน สืบสวน ข้อเท็จจริงและหาความผิดในการบริหารงานของคณะมนตรีแห่งสวรรยาให้เป็นไปตามหลักแห่งไตรสดมภ์ เพื่อยุติปัญหาอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ชื่อย่อว่า กขย. คสสค.กตสส.ขค.คบสตสด.พปบ. จำนวน 10,000 โดยคณะกรรมการดังกล่าวต้องศึกษาแล้วเสนอทางในการแก้ไขปัญหาให้อภิมหามนตรีเพื่อจะได้สั่งการอย่างเด็ดขาดต่อไป

คณะกรรมการกขย. คสสค.กตสส.ขค.คบสตสด.พปบ. ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพยิ่ง แต่เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่าง ถูกต้องตามศีลธรรม ความถูกต้อง และความยุติธรรม ตามหลักแห่งไตรสดมภ์ที่ท่านอภิมหามนตรีต้องการให้เป็น (แม้ท่านจะถูกครหาว่าไม่ได้ยึดถือและละเมิดไตรสดมภ์มาตลอดก็ตาม) ดังนั้น คณะกรรมการ กขย. คสสค.กตสส.ขค.คบสตสด.พปบ. จึงต้องใช้เวลายาวนานขึ้นบ้าง เมื่อศึกษา สรุป จัดทำข้อเสนอเรียบร้อยแล้ว จะรีบนำเสนอท่านอภิมหามนตรีโดยเร็ว

ท่านอภิมหามนตรี มีความภาคภูมิใจเป็นยิ่งนัก ท่านกล่าวด้วยลักษณาการอันแสดงให้เห็นถึงความปลื้มปีติในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวเสมอๆ ดังนั้น เมื่อถูกตั้งคำถามถึงความซ้ำซ้อนของคณะกรรมการและระยะเวลาดำเนินการที่มีทีท่าว่าจะยาวนานจนหาจุดจบไม่ได้ ขณะที่การบริหารงานกิจการของพิภพก็ดำเนินต่อไป มหามนตรีที่รับผิดชอบการงานซึ่งถูกตั้งข้อสงสัยในความไม่ชอบมาพากลและถูกสอบสวนโดย กตสส.ขค.คบส.ก็ยังทำงานอยู่ ขณะที่ กตสส.ขค.คบส.ก็ถูกตรวจสอบและขัดแย้งกับ คสสค.กตสส.ขค.คบสตสด. จนต้องมี กขย. คสสค.กตสส.ขค.คบสตสด.พปบ. มาหาข้อยุตความขัดแย้ง กว่าจะจบสิ้นปัญหาได้ข้อยุติ พิภพสวรรยาไม่ล่มสลายไปแล้วหรือ ท่านจึงรีบแสดงความรับผิดชอบในทันที

ดังนั้น ท่านอภิมหามนตรี ซึ่งในระยะหลังรับฟังเสียงของชนชาวสวรรยามากขึ้น และทำตามความต้องการของชนส่วนใหญ่อย่างทันท่วงทีกว่าเดิม เมื่อได้ยินคำถามดังกล่าว ท่านจึงรีบจัดตั้ง คณะกรรมการพิจารณาข้อเสนอของ คณะกรรมการศึกษาข้อขัดแย้งระหว่างคณะกรรมการไต่สวน สอบสวน สืบสวน ข้อเท็จจริงและหาความผิดในการบริหารงานของคณะมนตรีแห่งสวรรยา กับคณะกรรมการไต่สวน สอบสวน สืบสวน และควบคุมการทำงานของคณะกรรมการไต่สวน สอบสวน สืบสวน ข้อเท็จจริงและหาความผิดในการบริหารงานของคณะมนตรีแห่งสวรรยาให้เป็นไปตามหลักแห่งไตรสดมภ์ เพื่อยุติปัญหาอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด เพื่อนำเสนออภิมหามนตรี ชื่อย่อว่า กพข.กขย. คสสค.กตสส.ขค.คบสตสด.พปบ.ภอม.ไว้ล่วงหน้า จำนวน 100,000 จากนั้นก็จัดตั้งคณะกรรมการปฏิบัติตามแนวทางของคณะกรรมการพิจารณาข้อเสนอของ คณะกรรมการศึกษาข้อขัดแย้งระหว่างคณะกรรมการไต่สวน สอบสวน สืบสวน ข้อเท็จจริงและหาความผิดในการบริหารงานของคณะมนตรีแห่งสวรรยา กับคณะกรรมการไต่สวน สอบสวน สืบสวน และควบคุมการทำงานของคณะกรรมการไต่สวน สอบสวน สืบสวน ข้อเท็จจริงและหาความผิดในการบริหารงานของคณะมนตรีแห่งสวรรยาให้เป็นไปตามหลักแห่งไตรสดมภ์ เพื่อยุติปัญหาอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด เพื่อนำเสนออภิมหามนตรี เพื่อให้การทำงานของคณะกรรมการที่มีความขัดแย้งกันเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ชื่อย่อ กปน.กพข.กขย. คสสค.กตสส.ขค.คบสตสด.พปบ.ภอม.พกขส. จำนวน 500,000 ไว้ล่วงหน้าเช่นกัน อันจะทำให้การทำงานเป็นไปอย่างรวดเร็วขึ้น จะได้คลายกังวลให้แก่หมู่ชนและนักปราชญ์ราชบัณฑิตย์ทั้งหลาย

“ข้าพเจ้าได้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวแล้ว” ท่านอภิมหามนตรีประกาศ เมื่อเสร็จสิ้นการจัดตั้งคณะกรรมการล่วงหน้า 2 คณะ “ต่อจากนี้ไป หากการใดล่าช้า มิอาจแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที ย่อมมิใช่ความรับผิดชอบของข้าพเจ้า ถึงเวลาที่ชาวสวรรยาต้องรับผิดชอบบ้าง เพราะหากข้าพเจ้าไม่แสดงความรับผิดชอบ โดยการทำตามคำเรียกร้องของพวกท่าน ด้วยการจัดตั้งกรรมการขึ้นมา เพื่อตรวจสอบเรื่องราวที่ถูกกล่าวหาให้เป็นไปตามหลักไตรสดมภ์แล้ว การบริหารงานของคณะมหามนตรีก็จะไม่ล่าช้าเช่นนี้ ดังนั้น การที่ปัญหาต่างๆยังไม่ได้รับการแก้ไข จนอาจเป็นมูลเหตุให้เทพเจ้าปล่อยฝนกรดลงมาล้างผลาญชาวสวรรยาแล้วล่ะก็ ย่อมเป็นความรับผิดชอบของพวกท่านเอง”

เมื่อท่านอภิมหามนตรีประกาศจบลง ชาวสวรรยาต่างนิ่งอึ้งไปทั้งพิภพ ด้วยนึกไม่ถึงว่าเรื่องจะมาลงเอยลงบนหลังของตน.

***

*สวรรยา, ได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องสั้น “สวรรยา” ในชุด “ฟ้าบ่กั้น” ของ “ลาวคำหอม” เรื่องสั้นชั้นครูของนักเขียนชั้นครูที่ตีความได้หลากหลาย นำมาสืบสานด้วยความคารวะต่อ “ลาวคำหอม”

เชิญอ่านเรื่องแนวเดียวกันเพิ่มเติม

This entry was posted on Monday, November 10th, 2008 and is filed under เรื่องสั้น และ si-fi. You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. You can leave a response, or trackback from your own site.

เชิญร่วมแสดงความคิดเห็นที่นี่ครับ

ยินดีต้อนรับทุกท่านที่มาเยือน

ข้อเขียนในบล็อกนี้ท่านสามารถนำไปเผยแพร่ผ่านสื่อต่าง ๆ เพื่อประโยชน์แก่สาธารณะได้ โดยอ้างอิงผู้เขียน โกศล อนุสิม และ www.kosolanusim.org หากนำไปเผยแพร่ผ่านสื่ออินเตอร์เน็ตโปรดใส่ลิงก์เชื่อมโยงกลับมาที่นี่ด้วย ห้ามนำไปแสวงหาประโยชน์ในทางการค้าใด ๆ

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย. มูลนิธินักอ่านบ้านนา

สโมสรหนอนหนังสือ

ในโลกหนังสือ 365 วัน

เรื่องล่าสุด

เรื่องน่าอ่าน

คนร่วมคุย

Free counter and web stats