ชีวิตในสวนป่าน้อยๆที่บ้าน

ที่บ้านของผม (อันที่จริงแล้วเป็นบ้านของภรรยาต่างหาก) มีที่ว่างอยู่สักประมาณ ๑๐ ตารางเมตร ตรงมุมกำแพงบ้านด้านหน้า ที่ตรงนี้แหละที่ผมแปลงเป็นสวนเป็นป่าตามแต่จะเหตุการณ์จะพาไป นั่นคือ บางครั้งก็เป็นสวนผักหลายชนิด บางครั้งก็เป็นป่าเล็กๆที่เต็มไปด้วยต้นไม้ประดับ ตอนนี้เป็นการผสมกันระหว่างสองชนิด เป็นทั้งสวนผักและป่า คล้ายไร่นาสวนผสมของเกษตรกร

ผักที่ปลูกมีหลายอย่าง ส่วนมากเป็นผักสวนครัวพื้นฐานทั่วไป เช่น พริก กระเพรา โหระพา ข่า ตะไคร้ บางช่วงก็มีต้นหอม ผักกาด ผักชีหอม ผักชีฝรั่ง ทั้งปลูกในดินและในกระถาง ส่วนไม้ประดับก็มีวาสนา มะลิ กก กวัก แสงจันทร์ มีปาล์ม ๑ ต้น และอื่นๆอีกหลายชนิด  ปลูกในกระถางทั้งพืชบกและพืชน้ำ มีอ่างเลี้ยงปลาหางนกยูง ทั้งหมดนี้อยู่ในพื้นที่ว่างดังกล่าว

ขณะนี้ มีทั้งไม้ประดับกับผักช่วยกันสร้างพื้นที่ให้รกรุงรัง เป็นที่อาศัยของมดแมลงต่างๆ มีผีเสื้อมาเยี่ยมเป็นบางครั้ง แมลงปอก็มาให้เห็น ตั๊กแตนตัวเล็กๆก็มี แต่ที่อยู่ประจำมาตลอดก็คือหอยทาก

นอกจากสัตว์ที่กล่าวมาแล้ว สวนป่าน้อยๆในบ้านยังเป็นที่เล่นของแมวที่เลี้ยงไว้หลายตัว กลายเป็นป่าใหญ่ของแมว บางครั้งกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันจนกระถางต้นไม้ล้มเกะกะ เป็นที่สนุกสนานทั้งของแมวและคนดู

สัตว์แต่ละชนิดมีความสัมพันธ์กับพืชแต่ละอย่าง สังเกตดูดีๆจึงเห็นความจริงข้อนี้ อย่างเช่น ถ้าปลูกผักจำพวกแตงกวา ผักกาด คะน้า จะมีตั๊กแตนตัวเล็กๆมาให้เห็นเป็นจำนวนมาก มดทั้งหลายจะชอบต้นพริก โหระพา กะเพรา ส่วนหอยทากที่มีลักษณะคล้ายๆหอยโข่ง ก้นแหลม มีลายน้ำตาลอ่อนสลับเข้ม นิยมรับประทาน คื่นช่าย ผักชีฝรั่ง โดยกินกันเกลี้ยงกระถาง เหลือแค่ตอ

นี่เป็นสมดุลของธรรมชาติ สร้างสัตว์แต่ละชนิดคู่กับพืชแต่ละอย่าง สัตว์แต่ละชนิดกินพืชแต่ละอย่าง หากสัตว์หลายชนิดกินพืชชนิดเดียวกัน คงมีไม่พอกิน ธรรมชาติเสียสดุลเป็นแน่แท้

ผมชอบนั่งดูบรรดาสัตว์ทั้งหลายที่อาศัยอยู่ในสวนเล็กๆนี้ ดูแล้วก็ทำให้นึกถึงวัยเด็กที่อยู่ท่ามกลางทุ่งนาและป่าดง ที่เต็มไปด้วยสัตว์น้อยใหญ่ สมัยโน้นคนมีความสุขในธรรมชาติ มีชีวิตอยู่อย่างเรียบง่าย แม้จะอัตคัดไปบ้างในบางเวลา แต่ก็มีความเป็นอยู่สบาย ไม่เคร่งเครียด

แรกเริ่มเดิมทีที่ปลูกผักทำสวนตรงพื้นที่นี้ ก็เนื่องมาจากผมอยากให้ลูกสาวได้คลุกดินคลุกโคลนบ้าง เพื่อให้เขาเรียนรู้ธรรมชาติ รู้จักผืนดินที่ให้กำเนิดและเป็นที่อาศัยของสรรพสิ่ง โดยชวนปลูกผักตั้งแต่ตอนลูกเรียนอนุบาล ซึ่งก็ได้ผลเป็นอย่างยิ่ง ตอนนี้ลูกอายุ ๑๑ ปีแล้ว ชอบไปเที่ยวทุ่งเที่ยวป่า เดินป่ารกๆก็ไม่บ่น เมื่อกลางเดือนที่ผ่านมาก็พาไปเที่ยวบนดอยแม่ตะมานที่เชียงใหม่ นั่งรถปิกอัพขึ้นเขา ทางลำบาก ฝนก็พรำๆ แต่เธอยังหลับสบายจนถึงที่หมาย

การที่ลูกสาวชอบธรรมชาติแบบนี้ ผมก็นึกเข้าข้างตัวเองอยู่เหมือนกันว่า เป็นเพราะสอนเขาเล่นดินมาตั้งแต่เด็กๆ ให้การเรียนรู้ตั้งแต่เยาว์วัย นั่นเอง

การมีสวนป่าน้อยๆในบ้านนับว่าเป็นเรื่องที่ดี มีประโยชน์หลายอย่าง เป็นที่เรียนรู้ของลูกสาวตอนเด็กๆ เป็นที่ปลูกผักสวนครัวประกอบอาหาร เป็นที่อาศัยของสัตว์และแมลงเล็กๆ เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของคนและสัตว์เลี้ยงคือแมว ทั้งยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของผีเสื้อและแมลงปอซึ่งนานๆครั้งจะแวะมาเยือน

ถ้าใครมีที่ว่างสักเล็กน้อยในเมืองใหญ่ๆ ก็ลองทำสวนป่าน้อยๆในบ้านดูนะครับ จะได้รับความเพลิดเพลินใจและได้ประโยชน์ไม่น้อยเลย

๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๑

[ภาพประกอบจาก http://www.bloggang.com/data/nestion/picture/1208912413.jpg ขอขอบคุณอย่างสูง]

เชิญอ่านเรื่องแนวเดียวกันเพิ่มเติม

This entry was posted on Friday, October 31st, 2008 and is filed under สารคดีนิดๆ. You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. You can leave a response, or trackback from your own site.

เชิญร่วมแสดงความคิดเห็นที่นี่ครับ

ยินดีต้อนรับทุกท่านที่มาเยือน

ข้อเขียนในบล็อกนี้ท่านสามารถนำไปเผยแพร่ผ่านสื่อต่าง ๆ เพื่อประโยชน์แก่สาธารณะได้ โดยอ้างอิงผู้เขียน โกศล อนุสิม และ www.kosolanusim.org หากนำไปเผยแพร่ผ่านสื่ออินเตอร์เน็ตโปรดใส่ลิงก์เชื่อมโยงกลับมาที่นี่ด้วย ห้ามนำไปแสวงหาประโยชน์ในทางการค้าใด ๆ

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย. มูลนิธินักอ่านบ้านนา

สโมสรหนอนหนังสือ

ในโลกหนังสือ 365 วัน

เรื่องล่าสุด

เรื่องน่าอ่าน

คนร่วมคุย

Free counter and web stats