มิตรสี่ขาหมาเพื่อนรัก

เพื่อนต่างพันธุ์ที่มีมากที่สุดของคนก็น่าจะเป็นหมา รองลงมาก็น่าจะเป็นแมว ต่อมาก็คงเป็นวัวควาย และอีกมากมายจิปาถะ สัตว์ทั้งหลายเล่านี้เป็นสัตว์ที่คนเลี้ยงไว้ใช้งานอย่างหนึ่งอย่างใดหรือหลายอย่าง เช่น เลี้ยงหมาไว้เห่าคนแปลกหน้า ไล่งับขโมย เลี้ยงแมวไว้จับหนู แต่ตอนนี้คนในเมองเลี้ยงหมาเลี้ยงแมวไว้เป็นเพื่อน ส่วนวัวควายก็เลี้ยงไว้ใช้งาน

แม้ตอนนี้ผมจะรักและเลี้ยงเจ้าเหมียว แต่ก็ไม่เคยรังเกียจหมา ตอนเป็นเด็กก็เป็นเพื่อนกับทั้งวัวควายและหมา สนิทกันทั้งหมด เพราะพาเพื่อนควายไปเลี้ยงที่ไหน เพื่อนหมาก็ตามไปด้วย ชนิดที่ไปไหนไปกัน เลือดอุบลฯก็เข้มข้นไม่น้อยกว่าเลือดสุพรรณ ทั้งคน หมา และควาย

เพื่อนหมาในวัยเด็กที่สนิทกันมากมีอยู่สองตัว คืออีเทบกับบักหมอก อีเทบเป็นแม่ บักหมอกเป็นลูก อีเทบสีน้ำตาลเหมือนหมาไทยทั่วไป แต่บักหมอกสีแปลก คือขาวๆเทาเหมือนหมอก พ่อเลยตั้งชื่อว่าบักหมอกด้วยประการฉะนี้

อีเทบกับบักหมอกเป็นพี่ของผมนะครับ เกิดมาโตจำความได้ผมก็เห็นอีเทบกับบักหมอกอยู่ที่บ้านแล้ว ความเป็นมาของอีเทบนั้น พ่อเล่าว่า มันมาจากไหนไม่รู้ มาออกลูกที่ใต้ขอนไม้ใหญ่ที่ล้มพาดคันนา ใต้ขอนไม้เป็นโพรงอย่างดี อีเทบมาออกลูกในช่วงหน้าหนาวปีหนึ่ง พ่อเลยเอาข้าวไปให้กิน อีเทบเลยอยู่กับพ่อตั้งแต่นั้นมา

อีเทบเป็นเพื่อนกับผมและน้องสาว บักหมอกก็เช่นกัน เราไปไหนมาไหนตามท้องนา ไม่ว่าหน้าฝนหรือหน้าหนาว หมาทั้งสองก็จะตามไปด้วย คนคือพี่กับน้อง หมาคือแม่กับลูก ต่างเป็นเพื่อนของกันและกัน เป็นภาพที่คุ้นตาของคนที่ได้พบเห็น

อีเทบเป็นหมาดี ชาวบ้านเรียกว่าว่าหมาพราน ชอบล่ากบล่าเขียด ล่าหนู ไม่ได้ล่าหากนเองนะครับ แต่เอามาให้คน ถ้าอีเทบได้กบตัวใหญ่ๆ ได้หนูตัวโตๆ ก็จะคาบมาให้เจ้าของ บักหมอกลูกอีเทบก็เช่นกัน ดังนั้น ลูกอีเทบอกมากี่ครอกจึงมีคนเอาไปเลี้ยงหมด

สมัยก่อนโน้นชาวบ้านจะเอาหมาไปเลี้ยงก็ไปหาเจ้าของ ไปขอถึงที่เลย เลือกเอาตามสบาย ตัวไหนก็ได้ เลือกได้แล้วก็เอาเศษผ้า หรือเชือกผู้คอลูกหมาไว้ ให้คนอื่นรู้ว่ามีคนจองแล้ว และในขณะที่ลูกหมายังไม่หย่านม ก็จะเอาอาหารมาเลี้ยงลูกหมาของตัวเอง อาหารก็คือ ข้าวเหนียวคลุกน้ำแกง เจ้าลูกหมาจะกินด้วยความเอร็ดอร่อย

อันที่จริงแล้วไม่ต้องเอามาให้ก็ได้ เพราะเจ้าของแม่หมาก็ให้กินอยู่แล้ว แต่ดูเหมือนจะเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของชาวบ้าน คิดๆไปการกระทำแบบนี้ก็คือการแสดงความรับผิดชอบนั่นเอง จนลูกหมาโตพอจะหย่านมแล้ว จึงมาเอาไปเลี้ยง

ที่เล่ามานี้ก็เพื่อจะบอกว่า ผมก็มีความผูกพันกับหมามาแต่เด็ก แม้ตอนนี้จะเลี้ยงแมวแต่รักหมาอยู่เช่นเดิม ที่จริงก็พยายามรักสัตว์ทุกชนิดที่เป็นเพื่อนเกิด แก่ เจ็บ ตาย แต่ก็มากบ้างน้อยบ้างตามประสาคนยังมีกิเลส พยายามไม่เกลียดสัตว์ประเภทใด เพราะแต่ละชีวิตก็มีค่าเหมือนกัน

อีเทบกับบักหมอกไม่เพียงเป็นเพื่อนผมกับน้องสาวเท่านั้น ทั้งสองตัวยังเป็นผู้พิทักษ์ปกป้องให้ผมกับน้องสาวพ้นจากอันตราย มีอยู่ครั้งหนึ่ง อีเทบกับบักหมอกเกือบเอาชีวิตไม่รอดเมื่อฟัดกับงูเห่าตัวเขื่อง

เรื่องของเรื่องก็คือ ในช่วงหน้าเกี่ยวข้าว ผู้ใหญ่ทุกคนต่างทำงานหนักคือเกี่ยวข้าว เด็กๆมีหน้าที่เลี้ยงควาย พาควายไปกินหญ้าตามทุ่งนาที่เกี่ยวข้าวแล้ว พร้อมทั้งเอาเสียมกับตะข้องไปด้วย เพื่อหากบหาเขียดไปพร้อมๆกันกับเลี้ยงควาย

ช่วงหน้าหนาวกบจะเข้าไปอยู่ในรูกับปูนา ปูนาขุดรูไว้อาศัย กบขอถือวิสาสะเข้าอาศัยอยู่ด้วย ไม่ต้องใช้แรงขุด ไม่ต้องจ่ายค่าเช่าเลยสบายกบไป แต่ปูและกบพบอันตรายเสมอเมื่อคนมาเจอร่องรอยของกบเข้า

การสังเกตว่ารูปูใดมีกบอาศัยอยู่ด้วย ทำได้สองวิธี วิธีแรกเอาตะขอเล็กๆที่ผู้ติดปลายไม้แหย่ลงไป หรือใช้ไม้ไม่มีตะขอก็ได้ เมื่อแหย่ลงไปโดนตัวกบ กบก็จะฉี่ออกมา เมื่อเอาไม้ออกมาจากรูปูเห็นเปียกๆก็มีโอกาสที่จะเจอกบ โอกาสพลาดน่าจะไม่เกินร้อยละสิบ คนหากบโดยใช้วิธีนี้เป็นหลัก

อีกวิธีหนึ่งคือสังเกตดูที่บริเวณปากรู ถ้าผิวดินเกลี้ยงเป็นมันก็แสดงว่าโอกาสมีกบสูง เพราะเกิดจาการเข้าออกของเจ้ากบที่ต้องทำมาหากินนอกรูตอนกลางคืน เข้าๆออกๆทุกคืนก็ทำให้ผิวดินปากรูราบเรียบเป็นมัน ขุดลงไปก็เจอกบตัวอ้วนท้วน

แต่โอกาสที่จะไม่ใช่กบก็มีเช่นกัน ถ้าไม่ใช่กบก็เป็นอย่างอื่นไปไม่ได้นอกจากงู แล้วงูก็มีหลายชนิดที่ชอบอยู่ในรูปูตามท้องนา หนึ่งในนั้นก็คืองูเห่า

ผมหากบแต่ไปเจองูเห่าด้วยประการฉะนี้!

แต่เดชะบุญ ขุดไปไม่เท่าไรเจ้างูเห่าก็เลื้อยออกจากรู คงเป็นเพราะแรงสั่นสะเทือนที่เกิดจาการขุดนั่นเอง เพียงแค่เห็นหัวงูโผล่ออกมาผมกับน้องสาวก็เผ่นกระเจิง อีเทบที่อยู่ใกล้กระโจนใส่งูเห่าในทันที สมทบด้วยบักหมอก ผมกับน้องยืนอกสั่นขวัญแขวนอยู่ไกลๆ น้องร้องไห้ลั่นทุ่งด้วยความกลัว

อีเทบกับบักหมอกเข้าต่อสู้กับงูเห่า จบลงด้วยงูเห่าเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ แต่ได้ทิ้งร่องรอยการต่อสู้ไว้ให้หมาทั้งสอง คือ โดนพิษงูจนตาบวมเป่งแทบปิด กว่าจะหายก็เกือบเป็นเดือน

ผมหยุดหากบไปนาน เห็นรูปูที่ปากรูเรียบๆมันเป็นอันผวาทุกครั้ง ความรักที่มีต่อหมาทั้งสองก็มากยิ่งขึ้น จนเมื่อถึงอายุขัย ทั้งอีเทบและบักหมอกก็จากไป ผมร้องไห้คิดถึงหมาอยู่นานเหมือนกันครับ

นั่นเป็นประสบการณ์เฉียดตายครั้งแรกของผม ถ้าไม่ได้หมาอีเทบกระโจนเข้าใส่งูเห่าก่อน ผมอาจจะตายจริงๆไปแล้วก็ได้ คุณๆทั้งหลายก็คงไม่ได้อ่านบันทึกงานศพของตัวเองที่ผมเขียนขึ้น ดังนั้น บันทึกเรื่องนี้ผมขออุทิศให้แก่เพื่อนรักต่างพันธุ์ คืออีเทบกับบักหมอก รวมถึงหมาทั้งหลายที่เป็นเพื่อนรักพิทักษ์ปกป้องเจ้าของทุกๆตัว

ขอฝากถึงคุณๆที่เลี้ยงสัตว์นะครับ เลี้ยงอะไรก็แล้วตามขอให้ดูแลเขาไปจนกว่าเขาจะจากเราไป หรือเราจากเขาไป ไม่ว่าสัตว์ที่เราเลี้ยงจะเป็นสัตว์ชนิดใด ไม่เพียงแต่เรารักเขาเท่านั้นนะครับ เข้ารักเราเหมือนกัน ถึงแม้ว่าเราจะเลิกรักเขาแล้ว เขาก็ยังรักเราอยู่ แม้เจ้าของจะเอาไปปล่อยเพราะหมดรักแล้ว แต่สัตว์ก็จะพยายามกลับมาหาเจ้าของ เพราะเขายังรักอยู่นั่นเอง

ก่อนเริ่มเลี้ยงต้องแน่ใจว่า จะดูแลกันจนกว่าจะตายไปข้างหนึ่ง ถ้าไม่แน่ใจก็อย่าเลี้ยงเลย.

โกศล อนุสิม
๘ กรกฎาคม ๒๕๕๑

เชิญอ่านเรื่องแนวเดียวกันเพิ่มเติม

This entry was posted on Monday, July 14th, 2008 and is filed under บันทึกชีวิต. You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. You can leave a response, or trackback from your own site.

เชิญร่วมแสดงความคิดเห็นที่นี่ครับ

ยินดีต้อนรับทุกท่านที่มาเยือน

ข้อเขียนในบล็อกนี้ท่านสามารถนำไปเผยแพร่ผ่านสื่อต่าง ๆ เพื่อประโยชน์แก่สาธารณะได้ โดยอ้างอิงผู้เขียน โกศล อนุสิม และ www.kosolanusim.org หากนำไปเผยแพร่ผ่านสื่ออินเตอร์เน็ตโปรดใส่ลิงก์เชื่อมโยงกลับมาที่นี่ด้วย ห้ามนำไปแสวงหาประโยชน์ในทางการค้าใด ๆ

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย. มูลนิธินักอ่านบ้านนา

สโมสรหนอนหนังสือ

ในโลกหนังสือ 365 วัน

เรื่องล่าสุด

เรื่องน่าอ่าน

คนร่วมคุย

Free counter and web stats