ห้อยพระเพื่ออะไร

คนโบราณสร้างพระเครื่องขึ้นมาเพื่อเป็นเครื่องเตือนใจให้ระลึกถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ เตือนสติให้นึกถึงความดี ความงาม ความจริงแห่งคำสอนของพระบรมศาสดา เมื่อคนนึกถึงแล้วย่อมจะปฏิบัติตามคำสั่งสอน เป็นการสืบทอดพระศาสนาไปโดยปริยาย

แต่ปัจจุบันวัตถุประสงค์ในการสร้างพระเครื่องมุ่งไปในทางปกป้องคุ้มครองและส่งเสริมผู้ห้อยพระโดยอาศัยอำนาจศักดิ์สิทธิของ พุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ ในลักษณะของการพึ่งพาอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ ให้บันดาลโชคลาภ ความร่ำรวย หรืออยู่ยงคงกระพัน แคล้วคลาด อันเป็นการสวนทางกับคำสั่งสอนของพระบรมศาสดาที่ตรัสว่า พระองค์ทรงเป็นผู้บอกทาง ส่วนผลนั้นต้องกระทำเอง

แม้อำนาจแห่งพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณมีอยู่จริงแท้ แต่พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า ธรรมย่อมคุ้มครองผู้ประพฤตธรรม ดังนั้นหากไม่มีธรรมเสียแล้ว จะอาศัยอำนาจแห่งพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ คุ้มครองตัวเองได้อย่างไร

ตัวอย่างมีให้เห็นได้มากมาย คนเด่นคนดัง เจ้าพ่อเจ้าแม่ นักเลงใหญ่น้อย ที่มีพระเครื่องอยู่ในครอบครองมากมาย รวมทั้งที่ห้อยอยู่เต็มคอ แต่กลับถูกกฎหมายจับเข้าคุก หรือถูกคู่อริยิงตาย บางคนตายทั้งๆที่อมพระอยู่ในปาก พร้อมกระสุนปืนนับสิบๆนัดฝังเต็มตัว ไฉนความแคล้วคลาดหรือความคงกระพันจึงไม่เกิดขึ้นแก่คนเหล่านี้

การห้อยพระนั้น ควรจะต้องตั้งจิตแบบที่คนโบราณได้ตั้งไว้ นั่นคือ เพื่อระลึกถึงคุณแห่งพระรัตนตรัย ในข้อนี้ หลวงพ่อพระราชพรหมยาน หรือหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดจันทาราม (วัดท่าซุง) อ.เมือง จ.อุทัยธานี บอกแก่ลูกหลานผู้ศรัทธาเสมอว่า การสร้างพระเครื่องของท่านขึ้นมาแจกจ่ายให้แก่ผู้เคารพศรัทธานั้น เพื่อให้ระลึกถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ เป็นเครื่องเตือนใจ ทำให้จิตใจเกาะติดอยู่ในความดี

เมื่อจิตใจเกาะอยู่กับความดีตลอดเวลา นึกถึงพระตลอดเวลาย่อมมีสติในการใช้ชีวิต จะทำความชั่ว ผิดบาป ก็จะทำให้เกิดความยับยั้งชั่งใจ แม้เวลาตายจิตก็เกาะความดี นำไปสู่สุคติได้

นี่จึงเป็นการห้อยพระเครื่องที่ถูกต้อง

หรือแม้จะไม่ได้ห้อยพระ แต่ถ้าจิตตั้งมั่นอยู่ในความดี รำลึกถึงคุณพระรัตนตรัยอยู่เสมอ หลวงพ่อท่านก็บอกว่า พระก็คุ้มครอง

ฉะนั้น การห้อยพระเครื่อง จึงควรทำเพื่อระลึกถึงพระรัตนตรัยและเตือนตนให้อยู่ในความดี ไม่ทำการใดๆที่เป็นการผิดศีลธรรมและกฎหมาย ไม่หวังในปาฏิหาริย์จนลืมแก่นแท้ แม้อิทธิฤทธิ์มีจริงแต่ก็ไม่ควรหลงไหลจนลืมทำความดีตามสั่งสอนของพระบรมศาสดา.

๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๑

โกศล อนุสิม

……..

ลองอ่านเรื่องอื่นๆดูนะครับ

ศึกษาผู้นำจากพระสูตร (1) 

ศึกษาผู้นำจากพระสูตร (2) 

ศึกษาผู้นำจากพระสูตร (3)

เชิญอ่านเรื่องแนวเดียวกันเพิ่มเติม

This entry was posted on Friday, November 7th, 2008 and is filed under บันทึกชีวิต. You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. You can leave a response, or trackback from your own site.

เชิญร่วมแสดงความคิดเห็นที่นี่ครับ

ยินดีต้อนรับทุกท่านที่มาเยือน

ข้อเขียนในบล็อกนี้ท่านสามารถนำไปเผยแพร่ผ่านสื่อต่าง ๆ เพื่อประโยชน์แก่สาธารณะได้ โดยอ้างอิงผู้เขียน โกศล อนุสิม และ www.kosolanusim.org หากนำไปเผยแพร่ผ่านสื่ออินเตอร์เน็ตโปรดใส่ลิงก์เชื่อมโยงกลับมาที่นี่ด้วย ห้ามนำไปแสวงหาประโยชน์ในทางการค้าใด ๆ

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย. มูลนิธินักอ่านบ้านนา

สโมสรหนอนหนังสือ

ในโลกหนังสือ 365 วัน

เรื่องล่าสุด

เรื่องน่าอ่าน

คนร่วมคุย

Free counter and web stats