อารยนคร (๑๐) ปะทะ
พระสุรเสียงขององค์จักรพรรดิแสดงความพิโรธอย่างเห็นได้ชัด ดวงพักตร์แดงกร่ำด้วยอาการขุ่นเคือง แววเนตรวาวโรจน์ดุจเปลวไฟที่พร้อมจะลุกไหม้ทุกสิ่งให้พินาศ ทรงขยุ้มพระหัตถ์กับบัลลังก์ทอง
ท่านประธานสภาปกครองนั่งก้มหน้านิ่งอยู่เบื้องพระพักตร์องค์จักรพรรดิ ท่านนายพลหนุ่มผู้บัญชาการทหารราชองครักษ์ก็เช่นกัน ทั้งสองไม่กล้าเอ่ยคำพูดใด ๆ ออกมา เนื่องจากเกรงว่าจะทำให้ขุ่นเคืองเบื้องยุคลบาท องค์จักรพรรดิทรงจ้องมองคนทั้งสองอย่างไม่พอพระทัย
แถลงการณ์ของทัพอารยะมุ่งโจมตีพระองค์โดยตรง ทำให้องค์จักรพรรดิทรงกริ้วอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน คล้ายพญานาคราชถูกตีขนดหาง ศัตรูต้องได้รับการตอบโต้อย่างแน่นอนและรุนแรง
“ เป็นอะไรไปท่านนายพล ” พระสุรเสียงดุจราชสีห์โกรธเกรี้ยว “ ไหนบอกฉันซิว่าเกิดอะไรขึ้น ”
“ ขอเดชะ ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นกะทันหัน ” ท่านนายพลตอบด้วยอาการก้มหน้า “ กระหม่อมรับรองจะคืนสู่ปกติโดยเร็ว ”
“ โดยเร็วอย่างนั้นรึ พวกนั้นประกาศเป็นศัตรูกับฉัน กองทัพทุกกองทัพคุณว่าจะปกติโดยเร็วอย่างนั้นรึ ”
“ พวกเขาเพียงแต่แอบอ้างสภากองทัพ ทหารของเราทุกกองยังจงรักต่อพระองค์ ”
“ ฉันรู้ แต่ฉันต้องการกองทัพทั้งหมด ยกเว้นพวกนายพลแก่ ๆ เหล่านั้น คุณคิดว่าจะจัดการอย่างไร ท่านนายพล ”
“ มีทางเดียว คือใช้กำลัง”
“ พวกนั้นบอกว่าจะรีบจัดการกับฉัน พวกเขายกฉันขึ้นมาแล้วจะบี้ให้ตาย พวกเขาหักหลังฉัน ”
พระสุรเสียงโกรธกริ้วทับทวี พระวรกายสั่นสะท้าน นิ้วพระหัตถ์จิกแน่นกับบัลลังก์
“ มีทางเดียวเท่านั้นที่จะรักษาพระราชอำนาจไว้ได้ จัดการกับพวกเขา ก่อนที่พวกเขาจะลงมือ กำลังทหารเยี่ยมยอดของพระองค์ พร้อมที่จะขยี้พวกเขา รอเพียงรับสั่งจากพระองค์เท่านั้น ”
“ แล้วคุณล่ะ ท่านประธาน ”
“ ขอเดชะ กระหม่อมเห็นด้วยกับท่านนายพล ”
“ แล้วคุณจะทำอะไรเพื่อฉันบ้าง ท่านประธาน ”
“ กระหม่อมจะแถลงการณ์ตอบโต้ในนามของพระองค์ ให้พวกเขาหยุดเคลื่อนไหวภายในห้าชั่วโมง ให้ทหารและประชาชนเชื่อฟังพระบัญชา ” ประธานสภาตอบ
“ ไม่สายเกินไปหน่อยรึ ท่านประธาน ”
ท่านประธานนิ่งเงียบ ก้มหน้ามองพื้น ความฉลาดหลักแหลมเหมือนจะสูญหายไปสิ้น สมองอันเยี่ยมยอดของท่านไม่เคยประสบกับเหตุการณ์ร้ายแรงระดับนี้ จึงสับสนยุ่งเหยิง
“ เอาละ ฟังฉันให้ดี ” องค์จักรพรรดิตรัสด้วยสุรเสียงที่พยายามข่มให้เป็นปกติ บัดนี้ดูเหมือนจะทรงควบคุมอารมณ์ได้แล้ว “ ฟังฉันให้ดีนะคุณทั้งสอง ท่านประธานไปทำสิ่งที่คุณพูดมา ท่านนายพล สั่งทหารของคุณให้โจมตีทุกคนที่ขัดขืน เมื่อหมดเวลาห้าชั่วโมงแล้ว พวกคุณทำได้ไหม ”
“ พระเจ้าข้า ”
“ โดยเฉพาะผู้บัญชาการใหญ่ ฉันต้องการให้เขาสูญหายไปจากดาวดวงนี้ ไม่ว่าจะโดยวิธีใด รวมไปถึงลูกชายของเขาด้วย ถ้าจับเป็นมาให้ฉันได้ยิ่งดี ฉันไม่มีเพื่อนอย่างนี้อีกแล้ว ”
กระสุนปืนใหญ่นัดแรกจากหน่วยทหารของราชองครักษ์พุ่งเข้าทำลายเป้าหมาย เป็นการสิ้นสุดความสามัคคีของชาวอารยะที่มีมายาวนาน ท่านผู้บัญชาการใหญ่กองทัพอารยะกำลังออกคำสั่งให้ผู้บัญชาการทุกหน่วยที่ยังเชื่อฟังท่าน ปฏิบัติการตอบโต้ได้อย่างอิสระตามความจำเป็น บนถนนสายต่าง ๆ ในอารยนคร ยานรบ ยานบรรทุกทหารเคลื่อนที่ออกจากที่ตั้ง มุ่งไปยังเป้าหมายที่ได้รับคำสั่งให้โจมตี ยานรบทางอากาศก็บินขึ้นจากฐานมุ่งสู่เขตสู้รบ ประกายจากปืนประจำยาน ประกายไฟจากการระเบิด เปล่งแสงเจิดจ้าเหนือฟ้าอารยนคร เสียงระเบิดดังสะเทือนเลือนลั่นราวมีงานเฉลิมฉลอง
ภายในศูนย์บัญชาการลึกลงไปใต้พื้นดิน ผู้บัญชาการใหญ่กองทัพอารยะบัญชาการรบอย่างแข็งขันมั่นคง พนักงานสื่อสารนั่งอยู่หน้าจอภาพที่เรียงรายเป็นแถว คอยป้อนคำสั่งจากผู้บัญชาการใหญ่ไปถึงหน่วยทหารต่าง ๆ ที่อยู่ฝ่ายเดียวกัน
สัญญาณเรียกเร่งด่วนมาจากนครตะวันออก พนักงานสื่อสารต่อสัญญาณเข้าเครื่องผู้บัญชาการ ท่านนายพลดีใจจนเนื้อเต้น เมื่อใบหน้าในจอภาพคือบุคคลที่ท่านคุ้นเคย
“ ผมสบายดีครับพ่อ ” ศาสตราจารย์พูดขึ้น “ ผมไม่อยากให้พ่อเป็นห่วง ”
“ ดี พ่อก็สบายดี ” ท่านนายพลตอบ พยักหน้าให้ ภาพลูกชายหายไป ปรากฏใบหน้าอื่นเข้ามาแทน
“ ว่ามาผู้พัน ” ท่านนายพลสั่ง
“ ลูกชายของท่านสบายดีครับผม ทหารของเราต่อสู้ได้ดี แม้จะเสียเปรียบแต่ประชาชนเป็นฝ่ายเรา ”
“ คุณมีอิสระในการรบ ผู้พัน ”
“ ครับผม ท่านนายพล ”
ประกายไฟจากการระเบิดยังปรากฏขึ้นไม่ขาดสาย อาวุธทำหน้าที่ทำลายล้างอย่างซื่อสัตย์ ตามที่มนุษย์บัญชา
ยานรบสาดอาวุธเข้าใส่กันบนท้องฟ้า ถล่มระเบิดใส่เป้าหมายทางพื้นดิน อาวุธประจำกายของทหารอารยะที่สวมเครื่องแบบเดียวกัน แต่อยู่คนละฝ่าย เจาะทะลวงเนื้อหนังของเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์อย่างแม่นยำ
อาณาจักรอันมั่นคั่งของชาวอารยะ เหมือนมีงานเฉลิมฉลองอันยิ่งใหญ่มโหฬารส่งผลให้ดวงดาวทั้งดวงสั่นสะเทือนอีกครั้ง.





เชิญร่วมแสดงความคิดเห็นที่นี่ครับ