อารยนคร (๒) ท่านผู้บัญชาการ
ยานประจำตำแหน่งผู้บัญชาการกองทัพอารยนคร ค่อย ๆ ยกตัวขึ้นจากลานจอดในบริเวณปราสาทส่วนตัวและเป็นที่ทำงานของนายกรัฐมนตรี เมื่อไต่ถึงระดับการบิน ยานก็เร่งความเร็วตรงไปยังกองบัญชาการกองทัพ ทิ้งปราสาทหลังใหญ่โตหรูหราไว้ทางเบื้องหลัง
วันนี้นายทหารคนสนิทรู้สึกแปลกใจ ที่ท่านผู้บัญชาการมีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เพราะทันทีที่ยานลงจอด ท่านนายพลกระโดดลงจากยาน ตรงดิ่งเข้าสู่ห้องทำงานด้วยอาการรีบเร่ง นายทหารคนสนิทเดินตามหลังทันทีที่เจ้านายให้สัญญาณ ภายในห้องทำงานของผู้กุมอำนาจลำดับที่สองของอาณาจักร แตกต่างโดยสิ้นเชิงจากห้องทำงานของท่านนายกรัฐมนตรี เครื่องประดับทุกอย่าง เครื่องมือเครื่องใช้ทุกชิ้นทำขึ้นจากวัสดุธรรมดา จัดวางไว้อย่างมีระเบียบ พร้อมที่จะหยิบใช้สอยได้ทุกเมื่อ ผนังห้องสีขาว ผ้าม่านสีขาว ดูแล้วให้ความรู้สึกปลอดโปร่ง
ท่านผู้บัญชาการนั่งบนเก้าอี้ประจำตำแหน่ง ใบหน้ายังเคร่งเครียดไม่ผ่อนคลาย ท่านเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ แหงนหน้ามองเพดานด้วยอาการครุ่นคิด จนเมื่อทหารคนสนิทเข้ามายืนอยู่ต่อหน้า ท่านจึงเหยียดตัวนั่งตรง
“เรียกประชุมสภากองทัพ ใช้รหัสเร่งด่วนระดับหนึ่ง” ท่านสั่งทหารคนสนิท “ ส่งบันทึกสังเกตการณ์ล่าสุดให้ผมด้วย ”
“ เดี๋ยวนี้เลยครับผม ”
นายทหารคนสนิทรับคำ ทำความเคารพแล้วเดินออกไป ความสงสัยพุ่งขึ้นถึงขีดสูงสุด การประชุมเร่งด่วนระดับหนึ่งไม่เคยมีมาก่อน นับตั้งแต่เขาติดตามรับใช้ท่านนายพลมา ครั้งแรกเพียงยศร้อยโท บัดนี้เหลืออีกเพียงหนึ่งระดับเขาก็จะได้เป็นพันเอกอยู่แล้ว ในใจของพันเอกรู้สึกตื่นเต้นเป็นที่สุด เขาสัมผัสได้ถึงสัญญาณอะไรบางอย่างที่กำลังจะเกิดขึ้นในแผ่นดินอารยนคร แต่มันจะเป็นสิ่งใดแน่เขายังไม่รู้
ท่านผู้บัญชาการกดปุ่มสีแดงบนแผงที่โต๊ะทำงาน จอภาพกว้างขนาดหนึ่งฟุตค่อย ๆ โผล่ขึ้นมาจากพื้นโต๊ะ เมื่อเลื่อนขึ้นมาอยู่ในระดับสายตาก็หยุดนิ่ง ท่านกดปุ่มเปิดจอภาพ ปรากฏสัญญาณ แสงกระพริบวิบ ๆ สองสามครั้ง แล้วตัวอักษรปรากฏขึ้นบนจอ
ข้อมูลที่ต้องการเคลื่อนผ่านจอภาพช้า ๆ จากข้างล่างสู่ข้างบน ท่านนายพลอ่านตาม มันคือบันทึกความเคลื่อนไหวล่าสุดของเหล่าแม่ทัพนายกองคนสำคัญ หน่วยข่าวกรองพิเศษส่งสัญญาณนี้มาให้ ตามที่ทหารคนสนิทของท่านติดต่อไป ขณะที่สายตาไล่ตามข้อมูลในจอ ท่านพยายามครุ่นคิด คาดคะเนถึงปฏิกิริยาของแม่ทัพนายกองทั้งหลายในสภากองทัพ ต่อเรื่องราวที่ท่านจะเล่าให้ฟังในวันนี้ ท่านจะต้องสังเกตทุกกิริยาท่าทางจับคำพูดทุกคำพูด บันทึกอารมณ์ทุกอารมณ์ เพื่อคาดคะเนผลได้ผลเสียในภายหน้า เพราะเรื่องราวที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ มันเป็นเรืองใหญ่เกินกว่าที่ท่านจะควบคุมได้เสียแล้ว
ข้อมูลในจอบอกว่าไม่มีสิ่งใดผิดปกติ แม่ทัพทุกคนไม่มีใครเคลื่อนไหวไปในทางที่น่าสงสัย ทั้งหมดทำงานเป็นปกติ การพบปะอย่างลับ ๆ ไม่ได้เกิดขึ้น ยังไม่มีใครระแคะระคายเรื่องนี้ หน่วยข่าวพิเศษเชื่อถือได้เสมอ พวกเขาล้วนเป็นคนของท่าน เป็นหน่วยงานที่ท่านตั้งขึ้นมาเอง คนเหล่านี้ภักดีต่อท่านเพียงผู้เดียว
ท่านผู้บัญชาการกองทัพอารยนครนิ่งเงียบ ในใจทบทวนข้อสนทนากับเพื่อนผู้ทรงอำนาจเมื่อชั่วโมงที่แล้วมา ท่านแทบไม่เชื่อเลยว่าเพื่อนของท่าน-นายกรัฐมนตรีแห่งอารยนคร จะมีความคิดที่ท่านเองก็คาดไม่ถึงแบบนี้ อะไรที่ทำให้เพื่อนของท่านเปลี่ยนแปลงไปถึงเพียงนี้ ท่านนายพลพยายามนึกหาสาเหตุอย่างคร่ำเคร่ง ท่านค่อย ๆ นึกย้อนถึงวันคืนเก่า ๆ ที่ทั้งสองเติบโตมาด้วยกัน…..ไม่มีอะไรพอที่จะเป็นสาเหตุการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ท่านผู้บัญชาการพยายามนึก…
“ ผมจะเป็นผู้นำสูงสุดให้ได้ในวันหนึ่งข้างหน้า ”
แล้วท่านนายพลก็นึกขึ้นมาได้ ว่าเพื่อนของท่านเคยพูดอย่างนี้ ในคืนสุดท้ายที่ทั้งสองอยู่ด้วยกัน เมื่อเรียนจบโรงเรียนนายทหารด้วยคะแนนดีเยี่ยมระดับหนึ่ง คืนสุดท้ายก่อนที่ทั้งสองจะแยกย้ายไปประจำหน่วยของตน
“ เป็นนายกรัฐมนตรีแห่งอารยนครใช่ไหม ” ท่านนายพลถามเพื่อนพร้อมกับหัวเราะขบขัน
“ ยิ่งกว่านั้นอีก ” เพื่อนของท่านตอบหนักแน่นในครั้งนั้น “ อย่าเพิ่งหัวเราะ ผมจะสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ให้กับอารยนคร ”
ตอนนั้น ท่านผู้บัญชาการมองเพื่อนด้วยความแปลกใจ แต่ท่านยังคิดว่าเป็นการเล่นบทบาทด้วยความคึกคะนองของเพื่อน น้ำเสียงเอาจริงเอาจัง เคร่งครึม ตาวาววาม ทุบกำปั้นกับฝ่ามือ…แสดงได้สมบทบาท แนบเนียนมาก ท่านชมเพื่อนในใจ
“ ผมจะให้โลกรู้ว่า เด็กบ้านนอกกำพร้า เด็กที่ถูกทอดทิ้งอย่างผมสามารถก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดได้ ผมจะให้ทุกคนสยบอยู่ใต้อำนาจ ก้มหัวให้อย่างยำเกรง ”
“ อย่าลืมผมก็แล้วกันท่านนายกรัฐมนตรี ” ท่านผู้บัญชาการหัวเราะพร้อมกับปรบมือให้เพื่อน ท่านคิดว่าเพื่อนแสดงได้เยี่ยมมาก “ ผมขอฝากเนื้อฝากตัวด้วย ”
“ แน่นอน ” เพื่อนของท่านเอ่ยขึ้น “ คุณคือเพื่อนที่ดีที่สุดของผม ผมจะไม่ทอดทิ้งคุณ ตราบใดที่คุณยังเป็นเพื่อนผม เป็นผู้ร่วมงานของผม ผมจะปูนบำเหน็จให้คุณอย่างคุ้มค่า คุณอย่าหักหลังผมก็แล้วกัน ”
เมื่อนึกถึงตอนนี้ ท่านผู้บัญชาการใหญ่กองทัพอารยนครกดปุ่มปิดจอภาพ เครื่องมืออีเล็กโทรนิกเลื่อนจอภาพเข้าที่เก็บ ท่านผู้กุมอำนาจลำดับสมองมองเพดานอีกครั้ง เหตุการณ์ครั้งนั้นมันช่างเหมาะเจาะสอดคล้องกับเหตุการณ์ครั้งนี้นัก ท่านเข้าใจคำพูดของเพื่อนท่านในครั้งนั้นได้แจ่มแจ้งแล้ว
“ บ้าที่สุด ! ”
ท่านนายพลพึมพำ ถ้าหากสถานการณ์ไม่อาจควบคุมได้ ท่านคิด ไม่เคยมีกรณีเช่นนี้เกิดขึ้นมาก่อน ไม่มีบทเรียนให้ศึกษา ท่านรู้สึกปวดแปลบในสมอง สถานการณ์เห็นทีจะย่ำแย่จริง ๆ แล้ว…
ท่านนายพลกดปุ่มสีเขียว สักครู่นายทหารคนสนิทก็เดินเข้ามา ท่านนายพลพยักหน้าเมื่อผู้ใต้บังคับบัญชาทำความเคารพ
“ ผู้พัน…..” ท่านเอ่ย
“ สมาชิกสภากำลังเดินทางมาครับ ”
“ ดี ”
ท่านพยักหน้า มองผู้ใต้บังคับบัญชาชั่วอึดใจ นายทหารหนุ่มยืนรอรับคำสั่ง ไม่ถามในสิ่งที่นอกเหนือหน้าที่ พร้อมที่จะให้คำตอบเมื่อเจ้านายถาม ท่านผู้บัญชาการพอใจในตัวนายทหารรุ่นลูกคนนี้ ฉลาด อดทน เป็นทหารที่ดี
“ ฟังผมให้ดีนะผู้พัน มีบางสิ่งบางอย่างกำลังเกิดขึ้น สถานการณ์ฉุกเฉินระดับที่หนึ่ง หน่วยข่าวกรองพิเศษ คุณและผม เรากำลังจะเผชิญกับเหตุการณ์ที่ยังไม่เคยเกิดขึ้นในยุคสมัยของเรา ”
ท่านนายพลหยุดชั่วครู่ ก่อนจะถามขึ้นว่า
“ คุณรู้ใช่ไหมว่าจะทำอย่างไรต่อไป ”
“ ครับผม ”
“ ดี คุณไปได้ ”
นายทหารหนุ่มทำความเคารพอีกครั้ง เดินกลับห้องทำงานของตน ในห้องมีจอภาพขนาดใหญ่จอหนึ่งติดกับผนัง ปรากฏจุดสีขาวเล็ก ๆ ปรากฏขึ้นทุกทิศทาง มุ่งตรงเข้าหาจุดใหญ่กลางจอ ซึ่งเป็นตำแหน่งของกองบัญชาการกองทัพแห่งนี้ เมื่อเหลือบมองเพียงแวบเดียว นายทหารคนสนิทของท่านนายพลก็รู้ว่า บรรดาผู้กุมอำนาจระดับสูงในกองทัพมากันแล้ว สัญญาณที่เห็นคือสัญญาณรายงานตัว
ฉุกเฉินระดับที่หนึ่ง….พันเอกคิดในใจ เดินตรงไปยังผนังห้องด้านตรงกันข้ามกับจอภาพ จิ้มนิ้วชี้ลงไปบนจุดหนึ่งบนผนัง ปรากฏช่องว่างขนาดเท่าฝ่ามือขึ้น แผงโลหะเล็ก ๆ ค่อย ๆ โผล่ออกมา ปุ่มสีแดงอยู่บนนั้นพร้อมแป้นป้อนรหัส เขาจิ้มนิ้วชี้ป้อนรหัสลงไป เว้นช่วงประมาณสามวินาที แล้วจิ้มอีกครั้ง เมื่อทำจนครบสามครั้ง เขาจิ้มนิ้วชี้ไปที่ปุ่มสีแดง เสร็จแล้วแผงโลหะเล็ก ๆ นั้นก็เลื่อนกลับโดยอัตโนมัติ ผนังห้องก็กลับสู่สภาพเดิม
สัญญาณฉุกเฉินระดับหนึ่งถูกส่งออกไปด้วยรหัสลับสุดยอด หัวหน้าหน่วยข่าวพิเศษรับสัญญาณในห้องทำงานที่ตั้งอยู่ ณ จุดหนึ่งของอารยนคร บัดนี้หน่วยงานแห่งนี้ได้ถูกปลุกให้ตื่นเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์เป็นครั้งแรก
ความเคลื่อนไหวทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับทางทหาร การปกครองและความมั่นคงในอารยนครและทั่วอาณาจักร ต่อไปนี้จะถูกจับตามองอย่างละเอียดจากคนของหน่วยข่าวกรองพิเศษที่แซกซึมอยู่ทุกระดับ ข้อมูลจะถูกส่งมาที่กองบัญชาการลับ เมื่อกลั่นกรองเรียบร้อยจะถูกส่งต่อไปยังแม่ทัพใหญ่ หน่วยงานที่มีประสิทธิภาพระดับนี้ไม่มีอีกแล้วในอาณาจักรแห่งอารยนคร
ในที่สุด เราก็ได้โอกาสแสดงฝีมือได้เต็มที่แล้ว….หัวหน้าหน่วยข่าวกรองพิเศษคิดด้วยความพอใจ.




เชิญร่วมแสดงความคิดเห็นที่นี่ครับ