อารยนคร (๓) ท่านประธานสภา
ท่านประธานสภาเป็นชายร่างสูงผมหยิก นัยน์ตาเคลื่อนไหวสอดส่องรอบตัวตลอดเวลา ใบหน้าเรียว จมูกงองุ้ม เป็นบุรุษวัยกลางคนที่ยังคล่องแคล่วปราดเปรียว ฉลาดและมีความสามารถในการจูงใจคน ท่านคือบุคคลหนึ่งที่มีอำนาจที่สุดในอารยนคร เป็นรองก็แต่ท่านนายกรัฐมนตรีและผู้บัญชาการกองทัพเท่านั้น
เมื่อยานประจำตำแหน่งของผู้บัญชาการทหารกลับไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ยานส่วนตัวลำหรูหราของท่านประธานสภาก็มาถึง ท่านประธานพร้อมด้วยผู้ติดตามกลุ่มหนึ่งลงจากยาน ผู้นำกลุ่มตรงมายังห้องทำงานของนายกรัฐมนตรี ผู้ติดตามเข้าพักรอในห้องรับรอง ดื่มกินฆ่าเวลา
หลังจากที่หุ่นยนต์รับใช้รินเครื่องดื่มที่โปรดปรานให้จนเต็มแก้ว ท่านประธานสภายกขึ้นจิบ ท่านชื่นชมรสชาติบรั่นดีแท้ ๆ เหมือนที่กำลังจิบอยู่นี้ หอมกลิ่น รสกลมกล่อม ราคาแพง เหมาะสมกับชนระดับสูงผู้ทรงเกียรติอย่างท่านยิ่งนัก
“ เยี่ยม ”
ท่านประธานสภาปกครองเอ่ยขึ้น วางแก้วลงบนจานรอง โดยมีสายตาของท่านนายกรัฐมนตรีจ้องมองดู ผู้กุมอำนาจลำดับที่สามของอารยนคร ยิ้มให้ผู้มีอำนาจเหนือกว่าอย่างสนิทสนม พร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็นหรือรับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชา
“ บ้านเกิดคุณเป็นอย่างไรบ้าง ท่านประธาน ”
ท่านผู้ทรงอำนาจเอ่ยถาม ผู้ถูกถามค้อมหัวให้อีกฝ่าย ตอบด้วยน้ำเสียงนอบน้อม
“ ดีมากครับท่าน เป็นนครที่รุ่งเรืองลำดับที่สามของอาณาจักร ”
“ คุณเป็นคนที่เยี่ยมยอดคนหนึ่ง ” ท่านนายกรัฐมนตรีกล่าว “ คุณสามารถทำให้บ้านเกิดรุ่งเรืองอยู่ในแถวหน้าในเวลาไม่กี่ปี ”
“ เพราะอาศัยบารมีท่านแท้ฯ ” ท่านประธานสภาตอบ “ กระผมเพียงลำพังไม่มีอำนาจทำอะไรได้มากถึงเพียงนี้ ”
ท่านนายกรัฐมนตรียิ้ม “ คุณอยากให้ผมเชื่อที่คุณพูดอย่างนั้นใช่ไหม ”
“ ผมพูดความจริงครับท่าน ”
ตอบได้ดีมาก ท่านผู้ทรงอำนาจนึกในใจเมื่อท่านได้สนทนากับคนผู้นี้ ท่านรู้สึกกระชุ่มกระชวยขึ้นมาเป็นพิเศษ ความคิดของท่านโลดแล่นฉับไว การโต้ตอบกับบุรุษผู้เปรียบเสมือนหัวหน้าคณะที่ปรึกษาคนนี้ มันทำให้ท่านรู้สึกว่ากำลังเล่นเกมอะไรสักอย่าง เป็นเกมความคิด เป็นเกมทดสอบปัญญา เป็นเกมที่ท่านเล่นแล้วรู้สึกพอใจ
“ ผมคงต้องเชื่อคุณสินะ ” ท่านประธานสภาค้อมหัวรับ “ ผมอยากถามคุณสักอย่าง อยากจะให้คำตอบที่แท้จริงจากคุณ ”
“ ขอบคุณครับท่าน ผมพร้อมที่จะพูดตามที่ผมคิดและเห็น หน้าที่ของผมคือรับใช้ท่าน ” ท่านประธานสภาตอบทันทีโดยไม่ต้องหยุดคิด
“ ไม่ใช่รับใช้ชาวอารยะดอกรึ ”
“ รับใช้ท่านก็เหมือนรับใช้ชาวอารยะทั้งอาณาจักร ” ท่านประธานสภาตอบลื่นไหล “ ท่านคือผู้กุมชะตาชีวิตของพวกเขา ”
“ ผมดีใจที่ได้ยินคุณพูด ” ท่านผู้ทรงอำนาจกล่าวชม “ ดื่มสิ ท่านประธานสภา ”
ท่านนายกรัฐมนตรียกถ้วยน้ำขาขึ้นจิบจนหมด หุ่นยนต์รับใช้จัดแจงรินเติมจนเต็ม ท่านประธานสภายกแก้วบรั่นดีขึ้นดื่ม รสชาติที่ท่านชอบสัมผัสลิ้น กลิ่นที่ท่านหลงใหลสัมผัสฆานประสาท จิตใจของท่านสัมผัสกับความสุขและความอิ่มเอม
“ คุณพอจะบอกผมได้ไหม สถานการณ์ทั่วไปของอาณาจักรเป็นอย่างไรบ้าง ในสายตาของคุณ ”
ท่านนายกรัฐมนตรีถามขึ้น หลังจากอีกฝ่ายวางแก้วบนจานรอง
“ ก็ปกติดีนี่ครับท่าน ประชาชนมีความสุข สังคมมีแต่ความสงบ ฐานะของเราร่ำรวยมั่งคั่งที่สุดในแผ่นดิน คนทั่วดวงดาวต่างก็รู้ ”
“ แต่ผู้บัญชาการทหารบอกผมว่า นครรอบนอกเริ่มไม่พอใจ ประชาชนในแถบนั้นเริ่มเกิดความอดอยาก พวกเขาซ่องสุมกำลัง ก่อความไม่สงบไปทั่ว ”
“ พวกนั้นเป็นเพียงส่วนน้อยครับท่าน ” ประธานตอบฉาดฉาน “ พวกเขาไม่มีผู้นำที่เอาการเอางาน เป็นเพียงกลุ่มชนที่ไม่สลักสำคัญอะไร เมื่อเราไม่สนใจ อีกหน่อยพวกเขาก็หยุดไปเอง พวกเขาเคยอยู่อย่างนั้นมานานแล้ว ”
ท่านผู้นำสูงสุดพยักหน้าช้า ๆ แววตาของท่านประธานเต็มไปด้วยความมั่นใจบางอย่าง แต่เป็นเพียงแวบเดียวเท่านั้น เมื่อท่านผู้ทรงอำนาจพูดขึ้น ท่านประธานนิ่งฟัง
“ แล้วเรื่องที่มีคนวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของเราล่ะ พวกสื่อมวลชน ปัญญาชน ทั้งในมหานครและนครรอบนอก พวกเขาบอกว่าเราใช้อำนาจเกินขอบเขต คุณจะว่ายังไง ”
ท่านประธานตอบคำถามทันใจ ราวกับคิดคำตอบเอาไว้แล้วว่า
“ พวกนั้นเป็นแค่นักคิดที่อยู่ไม่เป็นสุข พวกเขาอยากให้โลกเป็นอย่างที่คิด แต่ให้ลงมือปฏิบัติแล้วทำไม่ได้ เว้นแต่คอยวิพากษ์วิจารณ์คนอื่น ”
“ ท่านประธาน คุณสามารถควบคุมสมาชิกสภาได้มากแค่ไหน ”
จู่ ๆ นายกรัฐมนตรีก็เปลี่ยนเรื่องถาม ท่านประธานสภานิ่งเงียบ แต่เพียงชั่วไม่ถึงห้าวินาที ความคิดอันเฉียบคมก็ค้นหาคำตอบได้
“ พวกเขาจงรักภักดีต่อท่าน โดยไม่ต้องให้ผมควบคุมก็ย่อมได้ พวกเขารู้ว่าท่านคือผู้ให้ชีวิต ให้ฐานะทางสังคม พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อท่าน ”
“ คุณล่ะ ท่านประธาน คุณพอใจในฐานะของคุณไหม ”
“ แน่นอนครับ ”
“ ผมนึกว่าคุณเป็นคนที่มีความทะเยอทะยานเสียอีก ”
“ ผมแสวงหาความก้าวหน้าตามโอกาสครับผม แต่ทุกวันนี้ ผมพอใจที่ได้รับใช้ท่าน รับใช้ชาวอารยะ ”
ท่านนายกรัฐมนตรีมีแววพอใจในดวงตา ทั้งสองนิ่งเงียบ ในที่สุดท่านผู้นำสูงสุดก็เอ่ยขึ้น
“ วันนี้ สภากองทัพกำลังประชุมกัน ถึงเวลาบอกความจริงแล้ว ท่านผู้นำสูงสุดเว้นระยะการพูด สังเกตปฏิกิริยาของผู้อ่อนอำนาจกว่า ท่านสังเกตเห็นความแปลกใจในแววตาท่านประธาน เพียงแวบเดียวเท่านั้น เก็บความรู้สึกได้ดี…..นายกรัฐมนตรีบอกตัวเองในใจ “ ผมกำลังจะบอกคุณถึงสาเหตุที่พวกเขาประชุมกัน ผู้บัญชาการมาพบผมเมื่อเช้านี้ก่อนคุณไม่ถึงชั่วโมง ”
ผู้กุมอำนาจลำดับสามข่มความสงสัยอย่างเต็มที่ การประชุมเร่งด่วนของสภากองทัพไม่เคยมีมาก่อน แม้แต่สมองอันชาญฉลาดของท่านก็นึกหาคำตอบไม่ได้
“ คุณเป็นคนที่ผมไว้ใจฝีมือ ” ท่านผู้นำสูงสุดกล่าวเมื่อเห็นอีกฝ่ายนิ่งเงียบ “ ผมหวังว่าคุณคงไม่ทำให้ผมผิดหวัง เหมือนที่คุณเคยเป็นไม่เปลี่ยนแปลง ใช่ไหม ท่านประธาน ”
มันสมองอันชาญฉลาดและฉับไวของท่านประธานมีปฏิกิริยาทันทีที่อีกฝ่ายพูดจบ คำนวลผลได้ผลเสียเพื่อหาคำตอบที่เหมาะสม เพียงไม่กี่วินาทีก็ได้คำตอบที่สมบูรณ์
“ ผมสามารถทำงานใหญ่ได้ทุกวันนี้ ก็เพราะท่านเห็นความสามารถของผม ตราบใดที่ท่านยังอยู่ ตราบนั้นชาวอารยะต้องมีผมรับใช้แน่นอน ”
“ ผมไม่ผิดหวังจริง ๆ ” ท่านนายกรัฐมนตรีกล่าวอย่างพอใจ “ ไม่เสียทีที่ผมไว้ใจคุณตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมา คุณคือคนหนึ่งมีมันสมองเยี่ยมที่สุดในหมู่ชาวอารยะ ”
ท่านประธานยิ้มรับและค้อมหัวให้ด้วยความขอบคุณ ท่านหวนนึกถึงเด็กหนุ่มคนหนึ่งจากนครเล็ก ๆ ทางเหนือของอาณาจักร ดั้งด้นเข้ามาศึกษาในอารยนคร ด้วยความฉลาดเฉลียวและรู้จักฉกฉวยโอกาสให้กับตัวเอง บัดนี้เด็กหนุ่มคนนั้นกลายเป็นผู้กุมอำนาจสูงสุดลำดับสามในอาณาจักรอันยิ่งใหญ่
“ คุณคงอยากรู้สาเหตุที่สภากองทัพประชุมใช่ไหม ”
“ แน่นอนครับท่าน ” ท่านประธานพยายามข่มความกระหายรู้
“ ผมกำลังจะบอกคุณเดี๋ยวนี้ คุณฟังให้ดี ” น้ำเสียงท่านผู้นำสูงสุดเอาจริงเอาจัง “ ผมกำลังจะสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ให้กับอาณาจักรของเรา สร้างให้อารยนครมีอำนาจมากที่สุดในพิภพ ผมหวังว่ามันสมองอันยอดเยี่ยมของคุณจะได้ใช้ประโยชน์เต็มที่ก็คราวนี้ อารยนครจะยิ่งใหญ่ไม่ได้ถ้าปราศจากคุณ ฟังให้ดี ต่อไปนี้ ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจะไม่มีอีกแล้วในอาณาจักรของเรา…”
แล้วท่านประธานสภาก็มีอาการไม่แตกต่างจากผู้บัญชาการกองทัพเท่าใดนัก เมื่อได้ยินคำพูดของท่านนายกรัฐมนตรี ต่อจากนั้นก็เป็นฝ่ายฟังผู้กุมอำนาจสูงสุด สมองอันชาญฉลาดของท่านประธานทำงานรวดเร็ว ไม่ต่างจากวงจรอีเล็กโทรนิคในเครื่องคอมพิวเตอร์ ฟัง คิด คาดการณ์ และตัดสินใจเป็นขั้น ๆ ไปพร้อมกัน
คณะติดตามรู้สึกแปลกใจที่เห็นท่านประธานสภามีสีหน้าเคร่งขรึม ทุกคนเดินตามไปขึ้นยานด้วยอาการสงบนิ่ง แม้สงสัยแต่ก็ไม่มีใครปริปากถาม ทุกคนสัมผัสได้ถึงบรรยากาศเคร่งเครียดบางอย่าง แต่ไหนแต่ไรมาท่านไม่เคยมีอากัปกิริยาเช่นนี้มาก่อน
เมื่อยานประจำตำแหน่งลำหรูหราลอยตัวขึ้นพ้นจากลานจอด ขณะที่ยานตั้งลำเพื่อเร่งความเร็วกลับไป สัญญาณถูกส่งออกไปถึงสมาชิกสภาปกครอง ด้วยรหัสลับสุดยอด
ผู้บัญชาการมองผ่านหน้าต่างลงไปเบื้องล่าง อารยนครงดงามเหมือนในฝัน อาคารบ้านเรือนรวมทั้งตึกระฟ้าดูโอ่อ่าตระการตา บนถนนที่กว้างขวางในมหานคร ยานภาคพื้นดินวิ่งกันขวักไขว่ มองเห็นเหมือนตุ๊กตาเคลื่อนที่ได้
สัญญาณตอบรับเริ่มมีมาถึง ท่านประธานสภายังคำนวณถึงผลได้ผลเสียที่จะมาถึงในวันข้างหน้า ท่านอยากรู้เหลือเกินว่าสภากองทัพจะมีความคิดเห็นเช่นไร
เกมนี้ใหญ่และอันตรายมากเกินไป ไม่มีใครเคยเล่นมาก่อน แต่นี่ก็เป็นโอกาสที่งดงามที่สุด ท่านประธานดีดลูกคิดรางแก้วในใจ ตอนนี้ยังตัดสินใจอะไรไม่ได้ ต้องรอดูปฏิกิริยาจากสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติเสียก่อน แต่ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
เมื่อยานร่อนลงจอดในคฤหาสน์หลังใหญ่ ท่านประธานสภาปกครองแห่งอาณาจักรอารยะ รีบตรงดิ่งไปยังห้องทำงาน.




เชิญร่วมแสดงความคิดเห็นที่นี่ครับ