อารยนคร (๖) ราชองครักษ์
ท่านนายพลอายุน้อยที่สุดในกองทัพของอารยะ เป็นคนสนิทของอดีตนายกรัฐมนตรีเมื่อกาลก่อน บัดนี้คือราชเลขานุการและเป็นผู้บัญชาการทหารที่แข็งแกร่งที่สุดหน่วยหนึ่ง มีอำนาจรองลงมาก็แค่เพียงผู้บัญชาการใหญ่ กองทหารจำนวนนับแสนนายต่างเชื่อฟังท่านนายพล หน่วยทหารที่เรียกว่าราชองครักษ์ ถูกฝึกให้เชี่ยวชาญการรบทุกรูปแบบ เป็นทหารหน่วยเดียวที่ไม่ต้องขึ้นต่อผู้บัญชาการใหญ่ เพราะเป็นทหารขององค์จักรพรรดิ
ท่านนายพลหนุ่มก็เช่นกัน แม้ไม่ใช่พระประยูรญาติแต่ก็ไม่แตกต่างกันนัก ท่านเป็นคนเมืองเดียวกับองค์เหนือหัว ติดตามรับใช้มาตั้งแต่จบจากโรงเรียนนายทหารใหม่ ๆ ด้วยความซื่อสัตย์ บัดนี้ท่านนายพลได้รับผลตอบแทนอย่างคุ้มค่าแล้ว
ท่านนายพลหนุ่มคุกเข่าถวายความเคารพ องค์จักรพรรดิรับสั่งให้ลุกขึ้น ทรงชี้หัตถ์ไปที่เก้าอี้หน้าบัลลังก์
“ ท่านนายพล ” ตรัสขึ้นด้วยสุรเสียงเมตตา “ ที่ผ่านมาคงเหนื่อยหนักสินะ ”
“ หามิได้ พระเจ้าข้า ” ท่านนายพลตอบ “ ด้วยบารมีของพระองค์ปกเกล้าปกกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้าสบายดี ”
องค์เหนือหัวทรงทอดพระเนตรมายังนายพลหนุ่ม เปี่ยมด้วยพระเมตตาและอำนาจ ทหารทุกคนรู้ดี เมื่อครั้งยังทรงเป็นนายพลบังคับบัญชาทหาร ทรงเป็นผู้บังคับบัญชาที่เคร่งครัด เฉียบขาด ลงโทษสถานหนักต่อหน้าทหารทุกคน ไม่ว่าจะยศและตำแหน่งสูงเพียงใด ถ้ากระทำผิดก็ไม่มีข้อยกเว้น ปูนบำเหน็จความดีให้กับทุกคนที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ดีเยี่ยม ทหารทุกคนมีทั้งความเกรงกลัวและความภักดี แม้สมัยทรงเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ไม่ได้ออกคำสั่งโดยตรงแก่ทหาร แต่ทุกคนก็ยำเกรง ไม่มีใครกล้าแสดงความคิดเห็นขัดแย้งอย่างเปิดเผย
“ ตำแหน่งใหม่เป็นอย่างไรบ้าง ท่านนายพล ”
“ กระหม่อมรู้สึกปลื้มปิติ ที่ได้รับใช้พระองค์ ”
ทรงแย้มสรวลด้วยความพอพระทัย กุศโลบายที่ทรงดำเนินมาตั้งแต่หนุ่มจนกระทั่งบัดนี้ ในการแสวงหาความรักและภักดีจากคนรอบข้าง ประสบผลสำเร็จโดยสมบูรณ์ ปณิธานตั้งแต่ยังเป็นเด็กหนุ่มไร้ฐานะไร้ศักดิ์ศรี บัดนี้สำเร็จแล้วทุกประการ ไม่ว่าจะเป็นอำนาจบริวารและความมั่งคั่ง
“ ตอนนี้ คุณเป็นคนที่ฉันไว้ใจที่สุดนะท่านนายพล ” ทรงตรัสขึ้น ดวงเนตรจ้องมองท่านนายพล “ ฉันอยากให้คุณทำทุกอย่างเพื่อฉัน เพื่ออาณาจักรอันยิ่งใหญ่ของชาวอารยะ ถ้าคุณทำได้ ฉันจะปูนบำเหน็จให้อย่างงาม ”
ท่านนายพลหนุ่มนิ่งเงียบ ขณะที่องค์เหนือหัวทรงยกถ้วยน้ำชาขึ้นจิบ เสร็จแล้วทรงตรัสแก่ท่านนายพลต่อ
“ ฉันอยากให้คุณรายงานความเคลื่อนไหวของทุกคนในอาณาจักร ซึ่งอาจจะเป็นอันตรายต่อความมั่งคั่งมั่นคงของชาวอารยะ คุณก็รู้ แต่ไหนแต่ไรมาฉันเด็ดขาดเสมอ ใครบังอาจก่อความระส่ำระสายจะต้องถูกลงโทษ ”
ท่านนายพลนิ่งฟังคำรับสั่ง บัดนี้องค์จักรพรรดิเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมทั้งฐานะและอำนาจ ขณะที่ยังเป็นนายกรัฐมนตรีก็ยากที่จะมีผู้ขัดคำสั่ง เมื่อทรงคำรงตำแหน่งจอมจักรพรรดิ จะหาใครในแผ่นดินขัดขืนราชโองการโดยเปิดเผยไม่มีแล้ว
“ ขอเดชะ ข้าพระองค์อยากทราบว่า ทรงรวมท่านผู้บัญชาการและท่านประธานสภาด้วยหรือไม่ ”
“ ฉันบอกว่าทุกคน ไม่มีข้อยกเว้น จำไว้นะท่านนายพล ยิ่งคนมีอำนาจ ยิ่งอันตรายต่อเรา ฉันได้ข่าวไม่ดีมา คุณรู้ไหม นครรอบนอกไม่พอใจ ไม่ยอมรับอำนาจฉัน ปฏิเสธคำสั่งจากส่วนกลาง ก่อการไม่สงบเป็นกบฏ
“ พระเจ้าข้า ข้าพระองค์ทราบ ”
“ ดีมาก แสดงว่าคุณรู้เรื่องนี้ดี แล้วคุณคิดว่าเราควรจะทำอย่างไรต่อไป ”
“ สมควรลงโทษผู้ปกครองนครที่ขัดขืน เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่นครอื่น ๆ ” ท่านนายพลตอบในสิ่งที่คิดว่าองค์เหนือหัวจะทรงพอพระทัย
“ ลงโทษอย่างไร ท่านนายพล ”
“ ปลดจากตำแหน่ง ส่งกำลังทหารเข้าควบคุม ปราบปรามผู้ที่ขัดขืน ข้าพระองค์คิดว่าทุกอย่างจะดีขึ้น ”
“ แล้วท่านคิดว่าจะไม่มีปัญหาตามมาแน่นะ ”
“ กระหม่อมคิดว่าไม่มี พระองค์ทรงทำสิ่งที่ใหญ่มาแล้ว การปลดผู้ปกครองนครเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย ทรงพิจารณาดูเถิดพระเจ้าข้า ”
“ ดีมากท่านนายพล ” องค์จักรพรรดิ เจ้าชีวิตแห่งอารยะ ทรงแย้มสรวลด้วยความพอพระทัย “ เห็นทีฉันคงต้องแต่งตั้งคุณเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวแล้วสิ ”
“ เป็นพระมหากรุณาธิคุณพระเจ้าข้า กระหม่อมเป็นเพียงทาสรับใช้ของพระองค์ ”
ท่านนายพลหนุ่มนั่งตรงสงบเสงี่ยม ในใจเต้นเร่าด้วยความปลื้มปิติเป็นล้นพ้น อดไม่ได้ที่จะนึกถึงความเจริญมั่งคั่งที่จะหลั่งไหลมาสู่ตน หากทำให้องค์จักรพรรดิทรงพอพระทัยมากกว่านี้
“ ท่านนายพล ” ทรงตรัสขึ้นเมื่อเห็นนายพลนิ่งเงียบ “ สิ่งที่ฉันเป็นกังวลก็คือหลายคนไม่พอใจฉัน โดยเฉพาะพวกแม่ทัพทั้งหลาย แต่ไม่มีใครกล้าแสดงออกมา ถึงผู้บัญชาการใหญ่จะเป็นเพื่อนฉัน แต่บางทีเขาอาจแก่เกินไปที่จะบังคับบัญชากองทัพของเราได้ หน้าที่ของคุณก็คือจับตาดูความเคลื่อนไหวของพวกเขา แล้วรายงานให้ฉันทราบ ส่วนประธานสภาฉันไม่ห่วงเท่าไรหรอก เขาเชื่อฟังฉันอยู่แล้ว ”
“ กระหม่อมจะทำตามที่พระองค์ต้องการ ”
“ อีกอย่างนะท่านนายพล ” สุรเสียงเปี่ยมด้วยอำนาจ “ ฉันต้องการรู้ว่าประชาชนเขาคิดอย่างไรต่อฉัน โดยเฉพาะพวกชนชั้นสูง ”
“ พระเจ้าข้า ”
“ คุณมีกองทหารของคุณอยู่แล้ว เป็นทหารที่เยี่ยมมาก ฉันสร้างพวกเขามาเพื่อให้คุณเป็นผู้บังคับบัญชา พวกนี้คือทหารของฉัน คุณไม่ต้องแปลกใจหรอก ฉันทำอะไรต้องเตรียมตัวล่วงหน้าเสมอ หวังว่าคุณคงใช้ประโยชน์จากเขาได้คุ้มค่า ”
“ กระหม่อมจะไม่ทำให้พระองค์ผิดหวัง เพื่อพระองค์และชาวอารยะ ”
“ ดีมาก ท่านนายพล อำนาจอยู่ในมือคุณแล้ว ”
ท่านนายพลหนุ่มถวายบังคมลา เดินออกจากที่ประทับมุ่งไปยังลานจอดอากาศยาน ทหารองครักษ์ที่ยืนเรียงรายตามจุดต่าง ๆ ทำความเคารพผู้บังคับบัญชาอย่างแข็งขัน ท่านนายพลหนุ่มเดินตัวตรงผึ่งผาย ความปลาบปลื้มอิ่มเอมและความพอใจในฐานะใหม่เอ่อท้นในใจ การได้รับพระมหาธิคุณจากองค์เหนือหัวมากเช่นนี้ ทำให้ท่านสัมผัสพลังพิเศษบางอย่างในตัวเอง.




เชิญร่วมแสดงความคิดเห็นที่นี่ครับ