อารยนคร (๙) ประชาชน

 

เขาคือชายหนุ่มวัยต้นสามสิบ รูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้าคมคาย ผมหยักศกสีดำสนิท ท่าทางสุขุมแต่เคลื่อนไหวคล่องแคล่ว พูดจาชัดเจน เป็นคนหนุ่มที่เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับคนในวัยเดียวกัน ฉลาดและซื่อสัตย์ต่อความคิดของตน

              คุณไม่เปลี่ยนแปลงไปเลยนะเพื่อน    ท่านศาสตราจารย์ทักทายอย่างคุ้นเคย อีกฝ่ายยิ้มรับ ทั้งสองสวมกอดกันด้วยความ  คุณก็เหมือนกันศาสตราจารย์    ชายหนุ่มทักตอบ คลายวงแขน ถอยหลังไปสองสามก้าว จ้องมองเพื่อนอย่างพินิจ    คุณยังเป็นคนหนุ่มกระตือรือร้นต่อปัญหาอยู่เหมือนเดิม 

              ขอบคุณ    ลูกชายท่านผู้บัญชาการใหญ่ตอบ    ตอนนี้ผมไม่ใช่ศาสตราจารย์ ผมเป็นประชาชนเหมือนคุณ 

            ชายหนุ่มหัวเราะ    แต่ผมรียกคุณเหมือนเดิมดีกว่า มันคุ้นปากดี ได้ข่าวว่าคุณมาถึงนี่หลายวันแล้ว 

              หัวหน้าผมเขาพาทัวร์พื้นที่เสียนาน    ศาสตราจารย์ชี้มือไปทางเพื่อนนักหนังสือพิมพ์ ฝ่ายที่ถูกกล่าวถึงทักทายอยู่กับฝูงชนที่มาชุมนุมกันเป็นกลุ่ม ๆ ภายในบริเวณคฤหาสน์หลังใหญ่ของอดีตผู้ปกครองนคร

              ไป ไปนั่งพักทางโน้นดีกว่า    อดีตผู้ปกครองนครเดินนำเพื่อนไปตามทางเดิน  เราไม่ได้พบกันนานแค่ไหนเนี่ย 

              ตั้งแต่คุณรับตำแหน่งผู้ปกครองต่อจากพ่อ ก็ห้าปีมาแล้ว ปีนั้นผมมาแสดงความยินดีกับคุณ 

              ข้างในเป็นอย่างไรบ้าง ผมอยู่ที่นี่ไม่ค่อยได้ข่าวอะไรเลย หนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ วิทยุก็รายงานข่าวไม่มากนัก ที่มากก็คือข่าวลือ    อดีตผู้ปกครองนครถาม ขณะที่เดินนำหน้าเพื่อนไปยังที่นั่งพักผ่อนใต้ร่มไม่ใหญ่

              สับสน ไม่รู้ว่าใครเป็นใคร    ศาสตราจารย์ตอบ ขณะเดินไปตามทางเดินที่ปูลาดด้วยกระเบื้องสีขาว สองฟากทางเดินเต็มไปด้วยดอกไม้หลาก

              ผมแทบช็อคเมื่อได้ข่าวว่าคุณลาออกและกำลังเดินทางมาที่นี่ เพื่อนหนังสือพิมพ์ส่งข่าวมาให้ผมทางคลื่นพิเศษ 

              ผมทำในสิ่งที่คิดว่าถูกต้องชอบธรรม    ลูกชายผู้บัญชาการใหญ่ตอบเพื่อน    ผมไม่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของความไม่ถูกต้อง โดยการนิ่งเฉย 

              คุณทำในสิ่งที่ถูก    อดีตผู้ปกครองผายมือให้เพื่อนนั่ง เมื่อทั่งสองมาถึงใต้ร่มไม้ใหญ่ มีโต๊ะเก้าอี้ชุดใหญ่สำหรับนั่งพักผ่อน เครื่องดื่มและอาหารว่างวางบนโต๊ะ พร้อมกับจอภาพขนาดเล็กอีกเครื่องหนึ่ง

              ขอบคุณ    ศาสตราจารย์ตอบ ขณะนั่งลงบนเก้าอี้ตัวหนึ่ง

              แล้วคุณพ่อของคุณล่ะ………คุณจะดื่มอะไรไหม    เจ้าของสถานที่ถาม ขณะที่รินน้ำเปล่าให้ตัวเอง

              ขอน้ำเปล่าดีกว่า…………พ่อของผมท่านอยู่ในภาวะจำยอม ผมรู้ว่าท่านไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลง แต่ท่านไม่มีทางเลือก เท่าที่ผมรู้มา กองทัพบางส่วนปฏิเสธอำนาจบังคับบัญชาของท่าน 

              เรื่องราวมันเลวร้ายมากจริง ๆ 

              ผมเห็นใจท่าน เพราะท่านเป็นเพื่อนรักกันมานาน    ศาสตราจารย์พูดขณะยื่นมือรับแก้วน้ำ

              แต่ท่านถูกหักหลัง    ชายหนุ่มผู้ที่เพิ่งถูกบังคับให้สละตำแหน่งผู้ปกครองนครแสดงความคิดเห็น    ผมคิดว่าท่านซื่อตรงเกินไป 

              ท่านเป็นชาวอารยะ 

              ใช่ แต่ชาวอารยะบางกลุ่มกลับทำตัวเป็นอารยะชน ไม่ยอมรับฟังเสียงประชาชน 

             ท่านศาสตราจารย์ถอนใจ สีหน้าแสดงความผิดหวัง ยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม เสร็จแล้วถามขึ้น    ทางคุณเป็นอย่างไรบ้าง 

              ถ้าคุณหมายถึงผมละก็ ปกติดีทุกอย่าง ยกเว้นพวกเขาเหล่านั้น    เจ้าของสถานที่ชี้มือไปยังคนที่มาชุมนุมกันอยู่

              ผมพอรู้เรื่องราวต่าง ๆ อยู่บ้าง หลังจากที่ตระเวนสอบถามไปทั่วเมือง แต่ผมอยากจะฟังจากปากของคุณ 

            ชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของสถานที่ถอนใจ สายตาทอดมองกลุ่มคนที่ชุมนุมกันอยู่ด้วยแววตาห่วงใย เพื่อนนักหนังสือพิมพ์ยังคงสนทนาอยู่กับกลุ่มคนเหล่านั้น เครื่องบันทึกภาพและเสียงขนาดเล็กในมือทำงานอยู่ตลอดเวลา ท่าทางปราดเปรียวชำนาญงาน

              ผมอยากจะรู้ความจริงที่เกิดขึ้นที่นี่   ศาสตราจารย์บอก    ผมอยากจะรู้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องผ่านคนกลาง ไม่ว่าสื่อมวลชนใด ๆ 

              คุณอยากรู้อะไรก่อนเล่า มันมีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย 

              สาเหตุที่ผู้คนทำร้ายเจ้าหน้าที่เก็บภาษีจากส่วนกลาง ผมคิดว่าเป็นจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ที่นี่ 

              เขาถูกบังคับมากเกินไปละซิ    ชายหนุ่มตอบ    พวกเขาเป็นประชาชนธรรมดาเหมือนคุณเหมือนผม คนพวกนี้ปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่เคยบิดพลิ้ว ไม่เคยขัดขืน พวกเขาเป็นพลเมืองที่ดี 

              แต่เรื่องที่เกิดขึ้นมันใหญ่โตมาก 

              พวกเขาทนไม่ไหว เพราะพวกเขาแทบไม่มีอะไรกินอยู่แล้ว คุณคิดดูสิ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เอาไปจากเรา ถูกนำไปเลี้ยงดูมหานครใหญ่ ๆ  พวกนั้นมั่งคั่งร่ำรวย แต่พวกเรากลับไม่มีอะไรเป็นสมบัติ ทั้ง ๆ ที่ทำงานหนักแทบขาดใจ อารยะไม่ได้มั่งคั่งอย่างที่ชาวโลกคิด ประชาชนแทบนครรอบนอกทำงานหนัก เพื่อเลี้ยงดูมหานครใหญ่ ๆ  โดยเฉพาะอารยนครบริโภคทรัพยากรวันเดียว สามารถนำมาเลี้ยงนครของผมได้เป็นเดือน ๆ 

              พวกผู้ปกครองไม่พอใจ โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรี    ท่านศาสตราจารย์ยังคงเรียกตำแหน่งเดิมขององค์จักรพรรดิ

              ประชาชนไม่มีอะไรจะสูญเสียอีกแล้ว ผมก็เชื่อว่ากองทหารหลายหน่วยยังมีความชอบธรรมอยู่ พวกเขาคงไม่ยอมเชื่อฟังคำสั่งของคนบ้าคนนั้น 

              นั่นอาจเป็นแค่เพียงการคาดคะเนของคุณ    ศาสตราจารย์ออกความคิดเห็น    เขามีอำนาจอยู่ในมือ 

            อดีตผู้ปกครองนครนิ่งเงียบ แต่ท่าทียังคงมั่นใจในความคิดของตน เขาพยายามนึกหาเหตุผลมาอธิบายให้เพื่อนฟัง

              คุณรู้ไหมเพื่อน ขณะนี้ประชาชนหลายนครออกมาชุมนุมกันเพื่อแสดงความไม่พอใจ คนของผมเหล่านี้……….

เขาชี้มือไปยังผู้คนที่ชุมนุมกันอยู่    ……………พวกเขาพากันมาที่นี่ มาเพื่อปกป้องผม พวกเขาบอกอย่างนั้น ในนครก็มี หน่วยทหารที่ประจำเมืองนี้ไม่เคยแตะต้องประชาชน พวกเขาบอกว่าทหารอารยะไม่ทำร้ายประชาชน ในที่สุดทหารของจักรพรรดิก็เข้ามาควบคุม ปะทะทำร้ายผู้คน ทหารองค์รักษ์ปิดล้อมทหารในเมืองให้อยู่ในที่ตั้ง แต่ผมคิดว่าพวกเขาไม่ยอมหรอก เพียงแต่รอโอกาส 

              ถามจริง ๆ เถอะเพื่อน    ศาสตราจารย์โน้มตัวเข้าไปถาม น้ำเสียงแสดงความอยากรู้เต็มที่    คุณคิดยังไงกับจักรพรรดิ 

              ชายหนุ่มหน้าเคร่งเครียดขึ้น    ถ้าจะให้ผมพูดในนามประชาชน คน ๆ นี้บ้าคลั่ง ไร้เหตุผล พาพวกเราถอยหลังคืนสู่ยุคเมื่อพันปีที่แล้ว 

              ผมกลัวเหลือเกิน    น้ำเสียงมีแววกังวลอย่างหนัก    ผมกลัวชาวอารยะสูญเสียความสามัคคี กลัวนองเลือด แล้วพวกเราจะไม่เหลืออะไรเลย 

              ประชาชนเขาไม่มีอะไรจะเหลืออีกแล้ว เขาบูชาความชอบธรรมเหนืออื่นใด พวกเขาจึงพร้อมจะเสียสละทุกอย่างเพื่อรักษาสิ่งนี้ไว้ 

            ท่านศาสตราจารย์นิ่งเงียบเมื่อได้ยินคำพูดของเพื่อน

              ผมจะบอกอะไรให้นะ    อดีตผู้ปกครองนครพูดต่อเมื่อเห็นเพื่อนนิ่งเงียบ    ตอนนี้นครรอบนอกต่างร่วมมือกันจัดตั้งกองกำลังขึ้น ประชาชนทุกคนพร้อมจะสู้ เราเริ่มงานด้วยความระมัดระวัง กองทหารบางส่วนของผู้บัญชาการใหญ่พร้อมสนับสนุนเรา คุณคงทราบใช่ไหมว่านครรอบนอก ไม่พอใจการกระทำของนายกรัฐมนตรีและสภาปกครอง  ตั้งแต่พวกเขาสืบทอดอำนาจมา พวกเขาเริ่มใช้อำนาจเกินขอบเขต บังคับเก็บภาษีเพิ่มขึ้น ตั้งคนจากบ้านเกิดของตนเข้ารับตำแหน่งสูง ๆ  เอาทรัพย์สินของแผ่นดินไปใช้ส่วนตัว นครรอบนอกก็เริ่มงานของเรามาตั้งแต่ตอนนั้น 

            ท่านศาสตราจารย์ตลึงงันเมื่อได้ยินความจริง  จ้องมองเพื่อนอย่างไม่เชื่อสาย

              ท่านนายพลใหญ่ก็รู้ แต่ท่านเข้าใจดีว่า พวกเราทำเพื่อรักษาความชอบธรรม ท่านคิดว่าเหตุการณ์คงไม่รุนแรงจึงนิ่งเฉย ผู้บัญชาการทหารในเมืองนี้คือเพื่อนของผม คือลูกน้องของท่านนายพล นี่เป็นเหตุผลที่อธิบายว่า ทำไมผมจึงรู้ ทำไมทหารในเมืองนี้จึงไม่ทำร้ายประชาชน 

              ผมเพิ่งรู้ ผมเพิ่งรู้จริง ๆ     ศาสตราจารย์คราง

              ท่านนายพลเป็นชาวอารยะ  อ้อ………ดูซิ เพื่อนของเราส่งอะไรมาให้ดู 

            ชายหนุ่มเจ้าของสถานที่หันไปมองจอภาพเมื่อมีเสียงสัญญาณดังขึ้น ผู้ควบคุมเครื่องมือสื่อสารในคฤหาสน์ต่อสัญญาณเข้าเครื่องเล็กที่อยู่บนโต๊ะ ชายหนุ่มทั้งสองจ้องมองเมื่อสัญญาณชัดเจน ทั้งสองต้องชะโงกหน้าเข้าไปดูใกล้ ๆ  หันมามองหน้ากันด้วยความตื่นเต้น

              ประกาศสภากองทัพอารยะ……………

            เสียงท่านนายพลใหญ่ดังออกมาจากจอภาพ สีหน้าท่าทางของท่านเข้มขรึมจริงจัง บุคลิกของผู้ทรงอำนาจ คล้ายจะเปล่งรัศมีออกมาจากจอ

              ประชาชนชาวอารยะทั้งหลาย ขณะนี้เหตุการณ์วุ่นวายได้เกิดขึ้นทั่วอาณาจักรอารยะ สภากองทัพจึงขอประกาศว่า กองทัพจะยืนอยู่เคียงข้างประชาชน จะรักษาความสงบ ปกป้องความมั่นคงของอาณาจักรอารยะของเรา ไม่ให้ใครหรือกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งกลุ่มใดใช้อำนาจกอบโกยไปเป็นของตน

              กองทัพแห่งอารยะ จะปกป้องประชาชนให้รอดพ้นจากภัยทั้งปวง ใครหรือกลุ่มบุคคลใดที่มีการกระทำที่ขัดต่อประเพณีอันดีงาม และความต้องการของชาวอารยะ หากไม่ยุติการกระทำดังกล่าว กองทัพอารยะจะจัดการขั้นเด็ดขาดต่อไป

              สภากองทัพออกคำสั่งให้ทหารทุกหน่วย ห้ามเคลื่อนไหวโดยเด็ดขาด เว้นแต่จะได้รับคำสั่งจากสภากองทัพ โดยผู้บัญชาการใหญ่แต่เพียงผู้เดียว

              เพื่อให้การรักษาความสงบเป็นไปด้วยความเรียบร้อย อำนาจในการปกครองอาณาจักรได้โอนมาขึ้นอยู่กับสภากองทัพเป็นการชั่วคราว จนกว่าเหตุการณ์จะคืนสู่ภาวะปกติ และขอให้ทหารทุกหน่วย ประชาชนทุกคน ยึดถือคำสั่งของสภากองทัพ ซึ่งลงนามโดยผู้บัญชาการใหญ่แต่เพียงผู้เดียว……………

            เสียงไชโยโห่ร้องจากผู้คนดังขึ้นเมื่อผู้บัญชาการใหญ่พูดจบ ชายหนุ่มทั้งสองหันไปจ้องหน้ากันด้วยอาการตกตะลึง.

เชิญอ่านเรื่องแนวเดียวกันเพิ่มเติม

This entry was posted on Wednesday, November 12th, 2008 and is filed under อายรนคร. You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. You can leave a response, or trackback from your own site.

เชิญร่วมแสดงความคิดเห็นที่นี่ครับ

ยินดีต้อนรับทุกท่านที่มาเยือน

ข้อเขียนในบล็อกนี้ท่านสามารถนำไปเผยแพร่ผ่านสื่อต่าง ๆ เพื่อประโยชน์แก่สาธารณะได้ โดยอ้างอิงผู้เขียน โกศล อนุสิม และ www.kosolanusim.org หากนำไปเผยแพร่ผ่านสื่ออินเตอร์เน็ตโปรดใส่ลิงก์เชื่อมโยงกลับมาที่นี่ด้วย ห้ามนำไปแสวงหาประโยชน์ในทางการค้าใด ๆ

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย. มูลนิธินักอ่านบ้านนา

สโมสรหนอนหนังสือ

ในโลกหนังสือ 365 วัน

เรื่องล่าสุด

เรื่องน่าอ่าน

คนร่วมคุย

Free counter and web stats