เบื้องหลังภาพ [เรื่องสั้นวิทยาศาสตร์]
“ไม่ได้! แถวๆดาวสีน้ำเงินนั่นเป็นเขตหวงห้าม ไปซิ่งสุ่มสี่สุ่มห้าเดี๋ยวโดน” เสียง อันนันที่เป็นนักค้นคว้าเรื่องราวต่างๆจนได้รับฉายาจากเพื่อนว่า ‘ท่านผู้รอบรู้’ ดังขึ้น “เขาห้ามพวกไม่มีหน้าที่เข้าไปแถวนั้นมาตั้งนานแล้ว กฎออกมาตั้งแต่รุ่นทวดๆๆเราโน่นแน่ะ”
“เฮ้ย ก็อย่าให้เขาจับได้ซี พวกเราเคยไปลองของในที่แบบนั้นตั้งหลายแห่งไม่เห็นโดนอะไร” บุชผู้เป็นหัวโจกประจำกลุ่มแย้งขึ้นมา “ที่นั่นมีอะไรนักหนาถึงได้ห้ามไม่ให้ใครเข้าไป อยากรู้จังว่ะ”
“ไม่คุ้มกันนะถ้าถูกจับ เราจะถูกริบใบอนุญาต ถูกห้ามแตะปุ่มติดเครื่องยนต์ยานบินทุกชนิด ไม่ให้ซิ่งแม้แต่ที่บ้านของเราเอง” อันนันพยายามยกเหตุผลมาทัดทานเพื่อน
“ฉันว่านะ ถึงถูกริบถูกห้ามอย่างที่อันนันว่าก็คุ้มอยู่นะพวก” แบลร์ที่ชอบทำตัวเป็นกองหนุนของบุชพูดขึ้น “จะห้ามนานแค่ไหนกันวะ แลกกับเราได้รู้ได้เห็น ได้ซิ่งในเขตหวงห้าม ได้เอาไปโม้ให้สาวฟัง นายว่าไงวะโฮเวิร์ด”
“ฉันก็ว่างั้นแหละ” โฮเวิร์ดเห็นพ้อง “ลุยเลยดีกว่า”
“ฉันไม่เอากะพวกนายหรอก” อันนันยืนยันความเห็นตัวเอง “ฉันขอรออยู่แถวๆนี้ก็แล้วกัน ฉันอยากดูว่าไอ้วงแหวนที่ดาวดวงนี้มันเป็นยังไง เผื่อเจอของสวยๆไปฝากสาวๆให้กรี๊ดกันบ้าง”
“อย่าตาขาวไปเลยน่า” บุชพูดขึ้น “ไปไหนก็ต้องไปด้วยกัน ประชาธิปไตยโว้ย ไม่งั้นเป็นเพื่อนกันได้ยังไงวะ”
“มันไม่ถูกต้องนี่หว่า ฉันไม่ชอบละเมิดกฎ พวกนายก็รู้นี่” อันนันแย้ง
“ก็แล้วมาทำไม นายก็รู้ว่าพวกเรามันห่ามๆอยู่แบบนี้” น้ำเสียงแบลร์แสดงความรำคาญกับความเจ้าระเบียบของเพื่อน
“มาคอยทัดทานพวกนายไง ลืมแล้วเรอะ ฉันเป็นคนช่วยให้พวกนายรอดตัวทุกทีแหละ คราวนี้ฉันไม่เอาด้วยอีกแล้ว” อันนันเสียงแข็ง
“ไปโว้ยพวกเรา” โฮเวิร์ดส่งเสียงชักชวนเพื่อน เขามักเป็นคนที่ทำอะไรก่อนเพื่อนเสมอ “แยกกันไปคนละทางแล้วเจอกันที่ดาวสีน้ำเงินนั่น ส่วนใครจะอยู่สำรวจวงแหวนดาวนี่เพื่อหาก้อนหินไปฝากสาวก็อยู่ไปเถอะ”
พูดจบยานสีเงินของโฮเวิร์ดก็พุ่งออกจากแหล่ง แวบเดียวก็หายวับไปจากสายตา
“ฉันบันทึกคำสนทนาพวกเราไว้แล้ว ช่วยไม่ได้โว้ยฉันต้องทำตามกฎ” อันนันบอกพรรคพวก “ฉันจะเตร่รอพวกนายอยู่แถวนี้ เปิดสัญญาณติดต่อไว้ก็แล้วกัน”
แต่เพื่อนทั้งสามไม่ได้อยู่ที่นั่นตอนอันนันพูดจบ สัญญาณที่จอภาพแสดงว่ายานทั้งสามลำไปไกลลิบแล้ว
“เดือดร้อนกูทุกที่แหละน่า” อันนันพึมพำ “คราวนี้อย่าให้หน่วยลาดตระเวนจับได้ก็แล้วกัน”
“ไม่ต้องห่วงหรอกท่านผู้รอบรู้ ฉันเป็นหัวหน้า ฉันรับผิดชอบเอง” เสียงบุชแสดงความสนุกสนานสุดเหวี่ยง “ตื่นเต้นโว้ย จะเจออะไรบ้างวะเนี่ย เฮ้ย แบลร์ นายเห็นอะไรรึยัง”
“ยังเลย” แบลร์ตอบ “ทางด้านนายเห็นอะไรมั่งโฮเวิร์ด”
“เดี๋ยว กำลังเจออะไรสักอย่าง… อะไรวะนั่น เฮ้ยมีแต่อุกาบาตเต็มไปหมด มันเรียงแถวกันเป็นระเบียบเชียวโว้ย คงเดินรอบดวงอาทิตย์เหมือนดาวพวกนั้นด้วย” เสียงโฮเวิร์ดตื่นเต้น
“นั่นกลุ่มดาวเคราะห์น้อย เป็นเศษดาวที่รวมตัวกันโคจรอยู่ส่วนนี้ของระบบดาวนี้ พวกนายอย่าไปยุ่งกับมันนะ” ‘ท่านผู้รอบรู้’บอกเพื่อน “เกิดมันหลุดจากวงโคจรแล้วจะเป็นเรื่องเอานะพวก”
“เป็นเรื่องยังไงวะ แหม ฉันอยากจะขว้างเล่นอยู่พอดี” เสียงบุชพูดขึ้น
“เฮ้ย ไม่ได้เด็ดขาด ก้อนหินพวกนี้เคยถล่มดาวสีน้ำเงิน นั่นจนเกือบยับมาแล้วครั้งหนึ่ง” เสียง‘ท่านผู้รอบรู้’ของเพื่อนๆดังลั่น “พวกเขาถึงห้ามไม่ให้เรามาไง”
“เป็นยังไงวะกูงง” บุชเสียงอ่อนลง “ตอนนี้กูยังไม่ได้ทำอะไรจริงๆนะ”
“ก็ตอนรุ่นทวดๆๆเราโน่น มีพวกที่คึกๆอย่างพวกนายนี่แหละมาแถวนี้ เห็นก้อนหินพวกนี้แล้วเกิดสนุกใช้ปืนพลังงานลองยิงดู ปรากฏว่ามีก้อนหินจำนวนหนึ่งหลุดออกไปถล่มดาวที่อยู่ใกล้ๆนี่ยับเยิน มีหลายลูกตกลงที่ดาวสีน้ำเงิน พวกนายรู้มั้ยอะไรเกิดขึ้น”
“ไม่รู้โว้ย บอกมาทีสิ นายเป็นท่านผู้รอบรู้นี่หว่า”
“แรงดึงดูดของดาวสีน้ำเงินนั่นทำให้ก้อนหินพวกนี้ลิ่วลงไปด้วยความเร็วสูง ถล่มพื้นดาวห่าใหญ่ เกิดฝุ่นผงคลุ้งไปทั่วจนคลุมบรรยากาศดาวเกือบทั้งดวง ปิดกั้นแสงอาทิตย์ไม่ให้ส่องลงไปถึง พืชสัตว์ตายกันเกลื่อน เกือบสูญพันธุ์ไปหมด ตั้งแต่นั้นถึงได้ห้ามพวกที่ไม่มีหน้าที่เข้ามาแถวนี้ไง พวกที่เคยแหยมเข้ามาถ้าถูกจับได้ก็โดนทำโทษกันอ่วม ห้ามขับยานทุกชนิดไปนานสองนาน ทีนี้พวกนายละเมิดข้อห้ามเรียบร้อย ขออย่าให้มีหน่วยวิจัยหรือหน่วยลาดตระเวนอยู่แถวนี้ตอนนี้เลย”
“ไม่มีหรอกน่า ฉันใช้คลื่นตรวจหาตั้งแต่ก่อนจะเข้าระบบดาวนี้แล้ว ไม่มีหน่วยลาดตระเวนอยู่แถวนี้ หน่วยวิจัยก็ไม่ได้มาที่นี่ในช่วงนี้” บุชหัวโจกแสดงความรอบคอบในการละเมิดกฎของตน
“แต่นายลืมไปอย่าง หน่วยปฏิบัติการพิเศษใช้เกราะอำพรางตัวนะ เขาอาจมาซุ่มจับพวกค้าของเถื่อนที่มักจะมาส่งของกันในเขตหวงห้ามแบบนี้” อันนันอธิบายเสียงเรียบๆ
“เฮ่ย..คงไม่มีมั้งแถวนี้” เสียงโฮเวิร์ดพูดขึ้น พยายามทำเป็นตลก “เราคงไม่โชคดีขนาดนั้น”
“พวกนายอย่าห่ามมากก็แล้วกัน ฉันพูดได้เท่านี้แหละ” อันนันเตือนเพื่อน “แม่เจ้าโว้ย วงแหวนดาวเนี่ย สวยพิลึกเลย พวกนายน่าจะมาดูกับฉัน อื้อหือ ดาวดวงนี้ทำไมมีแต่พายุวะ เหมือนที่เคยได้ยินมาเลย ดาวนี่ใหญ่ที่สุดในระบบดาวนี้นะ”
“โอ้โห พวก นี่ก็น่าดูชม” เสียงของแบลร์ที่เงียบไปนานดังขึ้น “ไอ้ดาวดวงเล็กๆที่โคจรอยู่กับดาวสีน้ำเงิน ทำไมพรุนไปหมดวะ มีแต่หลุม สงสัยโดนก้อนหินถล่มตั้งแต่ตอนที่รุ่นทวดๆๆพวกเรามาอาละวาดโน่นแน่ะ ไม่มีบรรยากาศเลย แรงดึงดูดก็มีนิดเดียว”
“นายอย่าบันทึกอะไรไว้สุมสี่สุ่มห้านะพวก” เสียงของบุชบอกแบลร์ “เดี๋ยวเป็นหลักฐานให้ด่านตรวจจับได้ตอนกลับถึงบ้านล่ะยุ่งฉิบ”
“อือ แต่ถ้าโดนตรวจจริงเห็นทีจะรอดยากแล้ว อันนันบันทึกการสนทนาไว้หมดแล้วนี่หว่า ภาวนาอย่าให้มีการตรวจก็แล้วกัน” แบลร์พูด
“เพื่อนทรยศ” เสียงบุชพูดถึงอันนัน แต่น้ำเสียงไม่ได้หมายความตามนั้น “กลับไปถึงบ้านก่อนเถอะเอ็ง”
“เอาตัวให้รอดก่อนเถอะ” อันนันตอบมาจากดาวดวงใหญ่ที่มีวงแหวนล้อมรอบ บรรยากาศดาวก็มีแต่พายุปั่นป่วนทุกพื้นที่ “ชักน่าสนใจแฮะดาวดวงนี้ อะไรกันนักหนาถึงมีพายุพัดอย่างนี้วะ”
ด้านโฮเวิร์ดเงียบไปนานจนเพื่อนสงสัย
“นายทำอะไรอยู่โฮเวิร์ด เครื่องฉันหานายไม่เจอ” แบลร์ถาม “บุช นายเห็นโฮเวิร์ดรึเปล่า”
บุชตอบว่าไม่เห็น ส่วนโฮเวิร์ดยังคงเงียบ
“บุช นายอยู่ในชั้นบรรยากาศของดาวสีน้ำเงินแล้วใช่มั้ย” แบลร์ถามบุช
“เออว่ะ ฉันอยู่ด้านมืด นายยังอยู่ที่ดาวเล็กๆนั่นรึเปล่า”
“ฉันกำลังจะไปเดี๋ยวนี้ ฉันจะไปด้านสว่างก็แล้วกัน” แบลร์ตอบ “ดาวนี้มองไกลๆก็สวยดีเหมือนกัน เครื่องสำรวจพื้นผิวดาวของฉันบอกว่ามีแต่น้ำนี่นะ”
“เออ มีน้ำเต็มไปหมด สัก 70 หรือ 80 ส่วนได้มั้งนี่ มิน่ามองไกลๆถึงเป็นสีน้ำเงิน” บุชพูดมาจากด้านมืดของดวงดาว “โฮเวิร์ด นายอยู่ไหน ได้ยินรึเปล่า”
“ฉันอยู่ที่พื้นผิวดาว” โฮเวิร์ดตอบ “อยู่ด้านสว่าง บนแผ่นดิน ฉันใช้เกราะอำพรางตัวอยู่ บนดาวนี้มีสัตว์หลายพันธุ์ อยู่ด้วยกันได้ดีเสียด้วย ท่าทางจะมีเท็คโนโลยีพื้นฐานที่ก้าวหน้าพอสมควร มีพวกยานรูปร่างแปลกๆทั้งบนดินและบนฟ้า มีอยู่ในวงโคจรสูงๆก็มาก พวกนายระวังหน่อยตอนลงมา ใช้เกราะอำพรางตัวไว้ก็น่าจะดี พวกนี้จะได้ไม่เห็นเรา”
“นายทำอะไรอยู่วะ เงียบไปนาน ไม่ตอบเรา” เสียงบุชหัวโจกตำหนิเพื่อนกลายๆ “นึกว่านายโหม่งดาวไปแล้ว”
“ฉันกำลังสแกนหาอะไรสักอย่างที่ตรงกับข้อมูลที่เรามีน่ะ อยากรู้ว่ามีใครมาทำอะไรไว้ที่นี่บ้างก่อนหน้าเรา คือหลังจากที่รุ่นทวดๆๆเราขว้างอุกาบาตมาถล่มตอนนั้น” แบลร์ตอบ
“ส่วนมากก็พวกหน่วยลาดตระเวนไง พวกหน่วยสำรวจและทดลองด้วย พวกนั้นมีสิทธิไปทุกแห่ง ทำอะไรก็ได้ตามโครงการบ้าๆบอๆเยอะแยะมากมาย รวมทั้งจับสิ่งมีชีวิตบนดาวต่างๆไปเลี้ยงในห้องทดลอง ที่ดาวนี้ก็คงโดนจับไปเยอะแหละ” เป็นเสียงของอันนันผู้รอบรู้ตอบมาจากดาวอีกดวง “เด็กแหกคอกอย่างพวกนายก็แอบมาบ่อยๆ จนถูกจับได้ก็เยอะ แล้วนายเจออะไรหรือยัง”
“เจอแล้วว่ะ นี่ไง ฉันเจอก้อนหินที่ถูกฝังเป็นวงๆ* ไว้บนพื้นผิวดาว พังไปเยอะแล้ว เหลืออยู่ไม่เท่าไร แต่ก็มีเค้าเดิมอยู่นะ” แบลร์ตอบ “บันทึกในฐานข้อมูลบอกว่าเพิ่งทำขึ้นในรุ่นพ่อพวกเรานี่เอง ทำไมมันพังเร็วจัง”
“ดาวดวงนี้มันเล็กนิดเดียว หมุนเร็วมาก วงโคจรรอบดวงอาทิตย์ของมันก็เล็กมากเมื่อเทียบกับบ้านเรา ถ้าคิดตามเวลาของเราอาจไม่นาน แต่เวลาของดาวนี่คงต้องนานมากแหละ มันก็เลยผุพังไปตามสภาพแวดล้อม” ‘ท่านผู้รอบรู้’ อธิบายให้เพื่อนฟัง
“แล้วเขาเอาก้อนหินมาเรียงกันไว้เพื่ออะไรล่ะ” แบลร์ถาม “นายพอจะรู้ไหมท่านผู้รอบรู้”
“แค่เป็นสัญลักษณ์ฝากไว้ เหมือนลายเซ็นน่ะ ถ้าเผื่อมีพวกเราผ่านมาเห็น จะได้รู้ว่ามีพวกเราแอบมาที่นี่โดยไม่ถูกจับ โดยเฉพาะพวกหน่วยลาดตระเวน เห็นแล้วต้องเสียหน้า ปรากฏว่ากลุ่มที่ทำนี่พอกลับไปถึงบ้านก็เดินยืดให้สาวมองไปได้ตั้งนาน” อันนันตอบยาวยืด
“ทำไมนายรู้เยอะจังวะ รู้แม้กระทั่งเรื่องก้อนหินผุๆนี่” โฮเวิร์ดถาม
“ก็กลุ่มที่ทำนี่มีพ่อฉันด้วย เป็นหัวหน้ากลุ่มเลย พ่อบอกว่า เอาเรื่องนี้ไปโม้ให้สาวๆฟังจนได้แม่ฉันเป็นแฟนว่ะ”
“เฮ่อ ขนาดนั้นเชียว” เสียงเพื่อนทั้งสามดังขึ้นเกือบพร้อมกัน
“ฉันจะโกหกทำไมวะ แล้วพวกนายรู้มั้ย สัญลักษณ์ที่พ่อฉันทำนี่หมายความว่าไง”
“นายเฉลยมาเหอะ ขี้เกียจเดา” บุชบอก
“ไอ้โง่เอ๊ย! ไงล่ะ ฝากไว้ให้พวกหน่วยลาดตระเวนโดยเฉพาะแหละ พวกนายคิดดูก็แล้วกันว่าพอพวกนั้นเห็นแล้วจะโกรธหน้าเขียวขนาดไหน”
“แบบนี้เขาเรียกลบเหลี่ยมนักเลงโว้ย สะใจ” บุชหัวโจกที่ทำตัวเป็นไม้เบื่อไม้เมากับหน่วยลาดตระเวนพูดขึ้น “ไหนๆเราก็มาแล้ว น่าจะทำอะไรสักอย่างไว้มั่งนะ”
“เออ นั่นสิ ทำอะไรดีล่ะ” แบลร์เออออเห็นด้วย
“ฉันก็ว่าน่าจะทำสัญลักษณ์ไว้บ้างน่าจะดีเหมือนกัน” โฮเวิร์ดออกความคิด
“เฮ้ย พวกนายอย่าทำอะไรบ้าๆนะ เดี๋ยวเกิดผลกระทบต่อพวกที่อยู่บนนั้น พวกนั้นกำลังสร้างอารยธรรมกันขนานใหญ่ ถึงรุ่นลูกหรือหลานเราอาจจะเดินทางออกนอกระบบดาวนี้ได้ อย่าทำให้เกิดความเสียหายเหมือนทวดๆๆพวกเรานะ” อันนันบอกเพื่อนด้วยความเป็นห่วง
“เออน่า ฉันไม่บ้าถึงขนาดนั้นหรอก…เออ คิดออกแล้ว ทำงานศิลปะดีกว่า ทำไว้ให้ทั่วเลย ฉันเพิ่งนึกได้ว่าเดือนหน้าจะสอบแก้คะแนนวิชาศิลปะแล้ว ซ้อมมือไว้หน่อยก็ดี” บุชบอกเพื่อน
“ฉันเอาด้วยคน ฉันก็จะสอบเหมือนกัน ทำที่ไหนดีวะ บนพื้นดาวนี่แหละ ดีนะเนี่ย ยานรุ่นนี้มีอุปกรณ์เสริมเพียบ ใช้ได้อย่างอเนกประสงค์ เอ้า! ลุยเลยพวก ไปที่ด้านมืดดีกว่า พวกนั้นจะได้ไม่เห็น” แบลร์ร้องชักชวนเพื่อน
“เอาด้วยๆ” โฮเวิร์ดเลิกกิจกรรมที่กำลังพยายามใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์จัดระเบียบรูปทรงคำว่า ไอ้โง่เอ๊ย! จากก้อนหินบนพื้นดาว แล้วหันมาทำกิจกรรมศิลปะกับเพื่อน
ทั้งสามสหายใช้เวลา สร้างงานศิลปะ** เป็นรูปทรงต่างๆไว้หลายแห่งบนพื้นดาว ทั้งรูปทรงเรขาคณิต รูปสัตว์ รูปสัญลักษณ์จิปาถะเท่าที่คิดได้ ทำไว้ทั้งบนพื้นดิน พื้นหินและตามทุ่งหญ้าไล่ไปตามด้านมืด โดยใช้เวลาที่ดาวหมุนรอบตัวเองหลายรอบ สำหรับเวลาบนดาวดวงนี้อาจนับเป็นหลายวัน แต่เวลาของหนุ่มคะนองทั้งสามแค่นับเป็นชั่วโมงเท่านั้น เสร็จแล้วก็หยุดชมผลงานของตัวเอง
“ยังห่วยแตกเหมือนเดิมว่ะ” เป็นเสียงของบุชหัวโจกที่ชอบพูดจาโผงผาง “ฉันพยายามจะทำให้มันบิดๆเบี้ยวๆให้สวยๆหน่อย แต่ดันขอบเรียบทุกที”
“ของฉันก็เหมือนกัน สงสัยสอบตกศิลปะซ้ำอีกล่ะทีนี้ แก้คะแนนไม่ผ่านแหงๆ ดูยังกะฝีมือเด็กชั้นประถม” แบลร์ก็แสดงอารมณ์ตามบุชหัวโจก
“แต่ฉันว่าก็น่าดูไปอีกแบบนะ พวกที่อยู่บนดาวดวงนี้อาจชอบก็ได้ คงคิดจนหัวแทบแตกว่าไอ้รูปพวกนี้จู่ๆมันเกิดขึ้นได้ยังไง” โฮเวิร์ดแสดงความเป็นนักวิชาการออกมาหน่อยๆ “ไม่รู้ซะแล้วว่าเป็นผลงานของพวกสอบตกศิลปะ”
เมื่อโฮเวิร์ดพูดจบ ทั้งสามก็หัวเราะขึ้นพร้อมกัน
“มีข่าวดีแล้วโว้ยพรรคพวก” เสียงอันนันดังมาจากดาวดวงที่ใหญ่ที่สุดในระบบดาวนี้ ทำให้เพื่อนทั้งสามถามขึ้นเกือบพร้อมกันว่าข่าวดีอะไร
“พวกนายไม่เห็นรึไง มีสัญญาณของหน่วยลาดตระเวนตรงมาทางนี้ ฉันจับภาพได้ ตัวใครตัวมันโว้ย ฉันไปก่อนล่ะ” อันนันตอบเพื่อน
“ฉิบแล้วว่ะ” เสียงบุชร้อง “อันนันเปิดไปแล้ว ไอ้เพื่อนทรยศ ไม่รอกันมั่ง กูจะอยู่ทำไมวะ ไปดีกว่า”
หนุ่มคะนองทั้งสามเร่งความเร็วยานของตนออกจากดาวสีน้ำเงิน ติดตามผู้นำฝูงคืออันนันที่ควบยานออกไปถึงขอบนอกของระบบดาวนี้แล้ว จากนั้นก็กระโจนเข้าความเร็วแสงหลบหน่วยลาดตระเวนจนพ้นจากเขตห้ามซิ่งอย่างหวุดหวิด
หนุ่มคะนองทั้งสามผู้ทิ้งผลงานของพวกสอบตกศิลปะไว้นั้นไม่รู้หรอกว่า นอกจากจะถกเถียงกันเรื่องที่มาของก้อนหิน “ไอ้โง่เอ๊ย!” กันนมนานแต่ยังหาข้อสรุปไม่ได้แล้ว พวกบนดาวสีน้ำเงินยังต้องมาถกเถียงกันเกี่ยวกับผลงานของพวกสอบตกศิลปะเพิ่มขึ้นอีก โดยไม่มีวี่แววว่าจะได้ข้อสรุปเป็นชิ้นเป็นอันในเวลาอันใกล้นี้เลย
พวกที่สร้างก้อนหิน “ไอ้โง่เอ๊ย!” และพวกสอบตกศิลปะก็ไม่กล้าฝ่าด่านหน่วยลาดตระเวนกลับมาบอกความจริงเบื้องหลังภาพเสียด้วยซี.
—————————–
* สโตนเฮนจ์ ที่ประเทศอังกฤษ
**รูปทรงประหลาดที่เกิดขึ้นทั่วโลกให้เป็นที่อัศจรรย์ใจของมนุษย์ขี้สงสัย จนฮอลลีวู้ดสร้างเป็นภาพยนตร์ ชื่อ The Sign นำแสดงโดย เมล กิบสัน, จาควิน ฟินิกซ์ ฯลฯ โกยเงินมากมายเมื่อหลายปีก่อน
*ตีพิมพ์ในนิตยสาร UPDATE Magazine เมษายน 2549




เชิญร่วมแสดงความคิดเห็นที่นี่ครับ