เราไม่กล่าวโทษตนเอง จึงเห็นแต่โทษของผู้อื่น

สมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงตรัสพุทธสุภาษิตไว้บทหนึ่งว่า อัตตนา โจทยัตตานัง แปลความหมายได้ว่า จงเพ่งโทษตนเองให้เป็นปกติ
.
ทำไมต้องเพ่งโทษตนเอง
.
การเพ่งโทษตนเองตามนัยแห่งพุทธสุภาษิตนี้ ครูบาอาจารย์ท่านผู้รู้ทั้งหลายได้อธิบายว่า เป็นการเตือนสติตนเอง หาความผิดของตนเอง ค้นความไม่ดีของตนเอง พิจารณาหาข้อบกพร่องของตนเอง ไม่ใช่ทำธรรมดา แต่ต้องทำให้มาก เพื่อว่าเมื่อเห็นความไม่ดีไม่งามของตัวเองแล้วจะได้แก้ไขให้ถูกต้อง
ถ้าทุกคนทำเช่นนี้ได้ ย่อมจะเป็นการดี ต่างคนต่างแก้ไขความไม่ดีของตนแล้ว ย่อมจะไม่สร้างความเดือดร้อนแก่ตนเองและผู้อื่น มีแต่จะสร้างประโยชน์แก่ตนเองและผู้อื่น สังคมก็จะสงบสุข
การเพ่งโทษตนเองตามนัยแห่งพุทธสุภาษิตดังกล่าว ในทางธรรมนั้นพระอริยเจ้าท่านใช้เป็นเครื่องขัดเกลากิเลส ปลดเปลื้องตนให้พ้นจากความไม่ดีทั้งปวง จนกลายเป็นผู้บริสุทธิ์ได้
ในทางโลก หากเราทุกคนเพิ่งโทษตนเองแล้วแก้ไขสิ่งไม่ดีทั้งหลายให้หมดไป หรือมีก็น้อยที่สุด ย่อมจะหลุดพ้นจากความวุ่นวายได้เช่นกัน
เมื่อพิจารณาตามความเป็นจริงจะเห็นว่า คนเราส่วนมากแล้วไม่เพ่งโทษตนเอง แต่ชอบเพ่งโทษคนอื่น ดังเช่นคำกล่าของนักเขียนตะวันตกผู้หนึ่งได้เขียนไว้ในหนังสือของเขาว่า “นรกเป็นคือผู้อื่น” นั่นคือ มองเห็นแต่ความผิด ความบกพร่องของคนอื่น ส่วนของตนไม่เห็น
เมื่อเห็นแต่ความไม่ดีของคนอื่น ก็จะทำให้คิดและเชื่อว่า ปัญหาเกิดจากผู้อื่น ไม่ใช่ตน ดังนั้น ก็จะพยายามแก้ไขผู้อื่น ทำให้ผู้อื่นคิดและทำอย่างตน เพราะเชื่อว่าตนเป็นฝ่ายถูกต้อง เป็นผู้มีความชอบธรรมกว่าผู้อื่น
เราไม่ค่อยกล่าวโทษตนเอง จึงเห็นแต่โทษของผู้อื่น เมื่อแต่ละคนคิดกันเช่นนี้ เชื่อและทำกันแบบนี้ จึงมีแต่ความวุ่นวายไม่สิ้นสุด
โลกมนุษย์จึงเป็นเช่นนี้ และคงเป็นเช่นนี้อีกยาวนาน.
๒๙ ตุลาคม ๒๕๕๑




เชิญร่วมแสดงความคิดเห็นที่นี่ครับ