“คมความคิดเจ้าสัว” หนังสือที่ทุกคนควรอ่าน
มีคนกล่าวไว้ว่า “การอ่านคือพื้นฐานของชีวิต” ซึ่งเป็นความจริงอย่างมิต้องสงสัย เพราะการอ่านทำให้เกิดการรับรู้ความรู้ใหม่ๆ ข้อมูลใหม่ๆ ที่นำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด การอ่านจึงเป็นการเรียนรู้ที่เป็นทางลัดที่สุด ประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างฝรั่งดั้งขอทั้งหลาย สร้างวัฒนธรรมการอ่านที่เข้มแข็งเป็นอย่างยิ่ง ดังเห็นได้จากมีฝรั่งที่ไหนมีการอ่านหนังสือที่นั่น บนรถยนต์ บนเครื่องบิน บนชายหาด ถ้าพอมีเวลาหน่อยพวกฝรั่งก็จะอ่านหนังสือ การอ่านเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเลยก็ว่าได้
ส่วนคนไทยเรานั้น ดังที่ทราบ เคยมีการวิจัยสรุปได้ว่า เราอ่านหนังสือกันเฉลี่ยคนละ 6 บรรทัดต่อปี นี่เป็นผลวิจัยหลายปีมาแล้ว ถึงบัดนี้ไม่ทราบว่าเพิ่มขึ้นหรือลดลงเป็นประการใด แต่ข้อมูลดังกล่าวชี้ชัดว่า เราอ่านหนังสือน้อยมาก
การอ่านเป็นประโยชน์แก่ชีวิตเป็นอย่างยิ่ง หนังสือเรื่อง “คมความคิดเจ้าสัว” เล่มที่กำลังกล่าวถึงนี้ยืนยันได้ เพราะบรรดาเจ้าสัวทั้งหลายที่ประสบความสำเร็จในชีวิตการงาน เป็นเจ้าของธุรกิจพันล้านหมื่นล้าน เป็นคนร่ำรวยด้วยทรัพย์มากมายนั้น มีพื้นฐานมาจาการร่ำรวยปัญญาที่ได้จาการอ่าน แล้วนำมาใช้งานในชีวิตจริง
“คมความคิดเจ้าสัว” เป็นหนังสือที่เจ้าสัวทั้งหลายได้บอกเล่าประสบการณ์การอ่านหนังสือของตน จนทำให้ได้ความรู้และเกิดปัญญา นำมาใช้ในการบริหารธุรกิจ ต่างคนต่างมีแง่มุมในการอ่านแตกต่างกันอยู่บ้างตามความสนใจของตน แต่สิ่งที่เหมือนกันก็คือ ประโยชน์ที่เกิดจาการอ่านนั้นมีมหาศาล
อย่างเช่น นายแพทย์ชัยยุทธ กรรณสูต ผู้ก่อตั้งบริษัทอิตัลไทยที่ประสบความสำเร็จเป็นที่รู้จักกันทั่วไป มีความสนใจการทำไวน์ และบุกเบิกการปลูกองุ่นทำไวน์ในเมืองไทย จนได้ผลิตผลเป็นไวน์ยี่ห้อ ชาโต เดอ เลย ซึ่งเป็นผู้ผลิตไวน์รายแรกของไทย บอกไว้ว่า การบุกเบิกทำไร่องุ่นเพื่อทำไวน์นั้น ต้องอาศัยการปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญและการอ่านหนังสือ และค้นคว้าหาข้อมูลเองอีกเป็นจำนวนมาก นำมาใช้ในการดำเนินกินการจนประสบความสำเร็จในที่สุด
หรืออย่างนายเจริญ ศิริวัฒนภักดี ชื่อนี้ไม่ต้องแนะนำอะไรมากเพราะมีน้อยคนที่ไม่รู้จักว่าเขาเป็นใคร ได้บอกเล่าไว้ว่า หนังสือคือขุมปัญญาอันยิ่งใหญ่ “…พวกคำคม คติเตือนใจ หรือไม่ก็ก็พวกหนังสือประวัติศาสตร์จีน สมัยต่างๆ ซึ่งพออ่านแล้วผมถึงได้ทราบว่ามันมีประโยชน์มหาศาล และถ้าตั้งใจอ่านดีๆจะพบว่าคำคมจากปราชญ์เมธีเหล่านั้น สามารถนำมาใช้กับชีวิตประจำวันได้ ที่สำคัญยังนำมาใช้กับการดำเนินธุรกิจได้อีกด้วย…” เจ้าสัวเจริญกล่าวยืนยันถึงประโยชน์ของการอ่านเอาไว้เช่นนั้น
อีกคนหนึ่งที่อยากยกคำกล่าวมายืนถึงประโยชน์ของการอ่านก็คือ เจ้าสัวธนินทร์ เจียรวนนท์ เจ้าของธุรกิจซีพีที่ยิ่งใหญ่ทั้งในประเทศไทยและในต่างประเทศ ก็ยืนยันว่าการอ่านมีประโยชน์อย่างยิ่ง เพียงแต่วิธีการอ่านอาจไม่เหมือนคนอื่น เพราะจ้างคนให้อ่านหนังสือแล้วสรุปให้ฟัง โดยยืนยันว่า “…ถ้าจะถามว่าโลกหนังสือมีส่วนเกี่ยวข้องในการบริหารจัดการของผมไหม ผมตอบอย่างไม่ลังเลเลยว่ามี เพียงแต่ผมไม่ได้อ่านเอง ผมมีคนอ่านให้ฟัง สรุปให้ฟังทุกวัน คุณลองคิดดู เดือนหนึ่งผมอ่านหนังสือกี่เรื่อง กี่เล่ม และปีหนึ่งผมอ่านหนังสือไปทั้งหมดกี่เรื่อง กี่เล่ม มิหนำซ้ำยังหลากหลายแนวอีกด้วย”
นอกจากประสบการณ์การอ่านของเจ้าสัวที่ได้ยกมาอ้างไว้ข้างต้นแล้ว ยังมีเจ้าสัวอีกเป็นจำนวนมากที่บอกเล่าประสบการณ์ไว้ในหนังสือเล่มนี้ เช่น อุเทน เตชะไพบูลย์ ชาตรี โสภณพนิช ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม บัณฑูร ล่ำซำ พันเลิศ ใบหยก ศุภลักษณ์ อัมพุช ก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ เป็นต้น ซึ่งบุคคลเหล่านี้ล้วนแล้วได้ชื่อว่าเป็นผู้ประสบความสำเร็จในชีวิตทั้งสิ้น
การอ่านจึงเป็นรากฐานของชีวิตจริงๆ เมื่ออ่านแล้วนำความรู้ที่ได้และปัญญาที่เกิดจาการอ่านมาใช้ประโยชน์ ดังนั้นใครก็ตามที่กำลังมองหาหนังสือที่จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการอ่านเพื่อพัฒนาความคิดของตนแล้ว สมควรต้องอ่านหนังสือเรื่อง “คมความคิดเจ้าสัว” เล่มนี้ แม้ใครไม่ต้องการแรงบันดาลใจแล้ว แต่ต้องการเพิ่มพูนทัศนะและการรับรู้ หนังสือเล่มนี้ก็ช่วยได้เช่นกัน
การอ่านจึงมีประโยชน์อย่างยิ่ง ดังนั้น หากมีเวลาว่างก็จงอ่านหนังสือ หรืออ่านข่าวสารจากอินเตอร์เน็ต หรือโดยวิธีการใดก็แล้วแต่ที่จะทำให้เกิดการรับรู้ข้อมูลใหม่ๆ ความรู้ใหม่ เพื่อสร้างเสริมปัญญาแก่ตนเอง เพราะการอ่านคือพื้นฐานของชีวิต.
[หนังสือ คมความคิดเจ้าสัว เขียนโดย ต้นสกุล สุ่ย จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์สยามอินเตอร์บุ๊ค ฉบับที่นำมาแนะนำนี้เป็นฉบับพิมพ์ครั้งที่ 8 กันยายน 2545 ราคา 199 บาท]





เชิญร่วมแสดงความคิดเห็นที่นี่ครับ