ภาพจาก : Art.culture.go.th
…………………………….
ใครคนผู้ขายค้า……คือใคร
ขายแผ่นดินสิ้นไป……………หมดแล้ว
เงินทองก่ายกองใน…………..กำปั่น
เห็นแก่ทรัพย์สินแก้ว………….นอบน้อมนายเงิน
นานเนิ่นนั่งซบหน้า…………..คือใคร
คุกเข่าก้มลงไป……………..จูบหล้า
น้ำตาบ่ารินไหล……………..นองหลั่ง
โอ้แผ่นดินถิ่นข้า…………….บัดนี้ใครครอง.
โกศล อนุสิม
วังเอ๋ยวังเวง
ไร้เสียงหง่างเหง่ง ระฆังหาย
ทิวากาลก็เหมือนจะกลับกลาย
เป็นราตรีคล้ายคล้ายตะวันลับ
เพราะเรายังเวียนว่ายในกองกิเลส
จึงมีเหตุยุ่งเหยิงเป็นเพลิงโหม
เพราะมีโลภโกรธหลงเป็นแสงโคม
จึงต้องโถมแรงถั่งคลั่งบ้าไป
ภาพจาก Manager Online
น้ำตาก็ตกอกเป็นไข้
หัวใจก็เจ็บจนเหน็บใจ
เมื่อเห็นคนไทยทำร้ายกัน
เพราะด้วยความคิดที่ต่างขั้ว
เพราะด้วยความกลัวที่ต่างขั้น
เพราะด้วยต่างพวกสารพัน
เพราะพวกมัน พวกกู สู้กันไป
บทกวีมิได้ขาย
มีแจกจ่ายและแบ่งปัน
กวีมีร้อยพัน
มุุุ่่่งสร้างสรรค์การกวี
พอจู่จู่ก็มาเต็มฟ้าแล้ว
พร้อมสายลมพรมแผ่วมาชุ่มฉ่ำ
พออยู่อยู่ก็หลั่งสายลงร่ายรำ
เป็นหยาดน้ำเต็มปริ่มอิ่มผืนดิน
หยาดหยดลงมาทีละหยาด
สู่แผ่นดินตฤณชาติทุกหยาดใส
หยาดลงจากฟ้ามาคราใด
ชุ่มชื่นก็หลั่งไหลลงครานั้น
ลืมตามาดูโลก
มีทั้งสุขทั้งโศกโลกมอบให้
จะครองสุขหรือเศร้าเหงาดวงใจ
ก็ต้องสู้ต่อไปให้ได้ดี
จะทุกข์โศกเจ็บช้ำระกำเพียงไหน
จะอับจนทนทุกข์สักเท่าใด
มิเคยไร้รักแท้ที่เทิดทูน…
ฯลฯ