...

ประเทศของเราจะถูกกิน

 
ข้าพเจ้าพูดกับข้าพเจ้า
ประเทศของเรายังเศร้าหมอง
ผู้คนเคยมีความปรองดอง
กลับต้องแบ่งข้างอย่างชัดเจน
แบ่งเขาแบ่งเราเข้าต่อตี
ยึดกุมความดีว่าตนเด่น
สาดซัดความเลวเป็นโคลนเลน
ใส่คนอื่นเช่นเป็นขุนโจร
ต่างฝ่ายต่างว่าข้าคนดี
เอ็งเป็นภูตผีพวกเผ่นโผน
จะกลืนแผ่นดินจึงต้องโดน
ล้างให้เลี่ยนโล้นจนสิ้นไป

ชีวิตน้อยหนึ่ง

 

ภาพจาก www.ku.ac.th
…………………….
ชีวิตนี้น้อยหนึ่ง
อยู่ไม่ถึงหนึ่งร้อยปี
ก็ล่วงลับดับชีวี
กลายเป็นผีเป็นผุยผง
ชีวิตนี้นี้สั้นจัง
ไม่อยู่ยั้งอย่างยืนยง
สัจธรรมดำรง
ต้องปลดปลงไปตามกาล
ชีวิตนี้เดียว
ใครอย่าเที่ยวในทางพาล
เป็นหมู่แห่งมวลมาร
คอยล้างผลาญผองผู้คน

ปรุงแต่ง

ปรุงแต่ง
มาแต่ขุนเขาลำเนาป่า
จากท้องทุ่งนาขอบฟ้าเขียว
มาแต่ยังหนุ่มดุ่มโดยเดียว
มุ่งมาเก็บเกี่ยวประสบการณ์
มาเพื่อปรุงแต่งภูมิปัญญา
ด้วยการศึกษารู้เรียนอ่าน
ณ มหาวิทยาลัยใหญ่ตระการ
สำเร็จแล้วจะกลับบ้านทุ่งนาเดิม

ดื่มด่ำยุคสมัย

 
ดื่มความทุกข์ของยุคสมัย
ทุกข์ยังเป็นใหญ่ในชนผอง
ดังเป็นกฎเกณฑ์และครรลอง
ว่าความทุกข์ต้องเข้าครองคน
 
ดื่มด่ำคำเท็จของยุคสมัย
ฟังแล้วหทัยให้หมองหม่น
ดังเป็นคุณค่าราคาตน
ทุกชั้นทุกชนจึงพ่นพรู

วัฏจักรแห่งชีวิต

๑.
เกิดต้นแตกหน่อก่อชีวิต
กระจ้อยร่อยกระจิริดติดดินต่ำ
ปรากฎเช่นนี้มีประจำ
ตามธรรมชาติระดาษดิน
โลกจึงดำรงอยู่คงมั่น
หน่อเนื้อพงศ์พันธุ์มิสูญสิ้น
เติบโต ตายดับกับธรณิน
ถมทับเป็นทรัพย์สินในดินแดน
เป็นสินทรัพย์รับช่วงชีวิตใหม่
ที่จะแตกกิ่งใบได้หมื่นแสน
ที่จะสร้างโลกให้ไม่เปล่าแปลน
ที่จะต้องทดแทนกันสืบไป
สืบสร้างสายธารแห่งชีวิต
ความตายเนรมิตชีวิตใหม่
พบกองผุกร่อน ณ ที่ใด
ย่อมพบชีวิตได้ ณ ที่นั้น
เป็นสัจธรรมแห่งธรรมชาติ
ที่กำหนดบทบาททุกสิ่งสรรพ์
ให้โอบเอื้อเกื้อหนุนเนื่องนำกัน
นี่คือวิถีอันสมดุล

เพื่อโลก เพื่อเรา เพื่อสรรพชีวิต

เพียงหนึ่งใบไม้ในป่ากว้าง
ก็เติมเต็มช่องว่างของป่าได้
เพียงหนึ่งหยาดน้ำน้อยเพียงใด
ก็ล้วนเป็นหยาดใสของน้ำนั้น
ใบไม้หนึ่งใบแต้มไพรพฤกษ์
บันดาลให้ป่าลึกเป็นสรวงสวรรค์
หยาดน้ำน้อยน้อยค่อยรวมกัน
จากที่โน่นที่นั่นเป็นธารน้ำ
เป็นสายธาร พฤกษ์ไพร ธรรมชาติ
ทุกชีวิตสามารถมาดื่มด่ำ
แต่งโลกให้งดงามอยู่ประจำ
แต่โบร่ำโบราณเป็นล้านกัลป์
คือบิดรมารดาของชีวิต

พืชพันธุ์ของวันพรุ่ง

บ้านเจ้าอยู่ไหนหนอพ่อหนู
แสนไกลสุดกู่สักเพียงไหน
อยู่ที่ป่าเขาลำเนาใด
หรือกลางทุ่งกว้างใหญ่อันไกลโพ้น
พลัดที่พลัดทางจากถิ่นฐาน
ห่างเหเรือนชานมาโลดโผน
มาเดินทางไกลก้าวกระโจน
เผชิญภัยโชกโชนแต่วัยเยาว์

กี่เขต กี่แคว้น กี่แดนผ่าน
กี่เมือง กี่บ้านเจ้าผ่านเข้า
กี่ห้วยละหานธารลำเนา
กี่สูงสันเขาเจ้าข้ามมา

เป็นนกฟ้า :ด้วยศรัทธาและเสรี

 
มีฝันในดวงใจ
ในดวงใจมีศรัทธา
มีไฟในดวงตา
สองปีกกล้ามีเสรี

เธอจึงโบกโบยบิน
ท่องทั่วถิ่นทั้งชีวี
เพื่อค้นหาความดี
และความงามตามศรัทธา 
 
ทุกเขียวแห่งขุนเขา
ทุกชุ่มเย็นแห่งธารา
ทุกกว้างแห่งทุ่งหญ้า
และฟากฟ้าอันกว้างไกล

เบิกอรุณ (2)

 

 
อ้า! อรุณเรืองรองสมัย
อันอ่อนละมัย
ละมุนอุ่นมวลรัศมี
 
เทพแห่งทิวา-พระสุรีย์
สาดส่องรังสี
เพื่อสรรพชีวิตสำราญ 
 
และสรรพชีวิตเบิกบาน
เมื่อก่อการงาน
เพื่อสืบผสานเผ่าพงศ์

อรุโณทัย

เรืองแสงส่องฉายที่ปลายฟ้า
ณ เบื้องบูรพาเป็นแสนสาย
แสงเงินแสงทองส่องประกาย
แต้มสีพรรณรายระบายฟ้า

คือแสงตะวันอันผ่องใส
คืออรุโณทัยเริ่มฉายค่า
ส่องให้โลกนี้มีชีวา
ทุกชีวิตเริงร่ามานานนม
แย้มรอยยิ้มรื่นด้วยความรัก
ถามไถ่ทายทักสนิทสนม
สายน้ำจุมพิตกับสายลม
ริ้วคลื่นชื่นชมจูบฝั่งธาร

ยินดีต้อนรับทุกท่านที่มาเยือน

เรื่องล่าสุด

เรื่องน่าอ่าน

คนร่วมคุย

Free counter and web stats