ข้าพเจ้าพูดกับข้าพเจ้า
ประเทศของเรายังเศร้าหมอง
ผู้คนเคยมีความปรองดอง
กลับต้องแบ่งข้างอย่างชัดเจน
แบ่งเขาแบ่งเราเข้าต่อตี
ยึดกุมความดีว่าตนเด่น
สาดซัดความเลวเป็นโคลนเลน
ใส่คนอื่นเช่นเป็นขุนโจร
ต่างฝ่ายต่างว่าข้าคนดี
เอ็งเป็นภูตผีพวกเผ่นโผน
จะกลืนแผ่นดินจึงต้องโดน
ล้างให้เลี่ยนโล้นจนสิ้นไป
Written on June 29, 2008 | Posted in
กวีบท |
4 Comments
ภาพจาก www.ku.ac.th
…………………….
ชีวิตนี้น้อยหนึ่ง
อยู่ไม่ถึงหนึ่งร้อยปี
ก็ล่วงลับดับชีวี
กลายเป็นผีเป็นผุยผง
ชีวิตนี้นี้สั้นจัง
ไม่อยู่ยั้งอย่างยืนยง
สัจธรรมดำรง
ต้องปลดปลงไปตามกาล
ชีวิตนี้เดียว
ใครอย่าเที่ยวในทางพาล
เป็นหมู่แห่งมวลมาร
คอยล้างผลาญผองผู้คน
Written on June 29, 2008 | Posted in
กวีบท |
2 Comments
ปรุงแต่ง
มาแต่ขุนเขาลำเนาป่า
จากท้องทุ่งนาขอบฟ้าเขียว
มาแต่ยังหนุ่มดุ่มโดยเดียว
มุ่งมาเก็บเกี่ยวประสบการณ์
มาเพื่อปรุงแต่งภูมิปัญญา
ด้วยการศึกษารู้เรียนอ่าน
ณ มหาวิทยาลัยใหญ่ตระการ
สำเร็จแล้วจะกลับบ้านทุ่งนาเดิม
Written on June 28, 2008 | Posted in
กวีบท |
Leave a comment
ดื่มความทุกข์ของยุคสมัย
ทุกข์ยังเป็นใหญ่ในชนผอง
ดังเป็นกฎเกณฑ์และครรลอง
ว่าความทุกข์ต้องเข้าครองคน
ดื่มด่ำคำเท็จของยุคสมัย
ฟังแล้วหทัยให้หมองหม่น
ดังเป็นคุณค่าราคาตน
ทุกชั้นทุกชนจึงพ่นพรู
Written on June 28, 2008 | Posted in
กวีบท |
Leave a comment
๑.
เกิดต้นแตกหน่อก่อชีวิต
กระจ้อยร่อยกระจิริดติดดินต่ำ
ปรากฎเช่นนี้มีประจำ
ตามธรรมชาติระดาษดิน
โลกจึงดำรงอยู่คงมั่น
หน่อเนื้อพงศ์พันธุ์มิสูญสิ้น
เติบโต ตายดับกับธรณิน
ถมทับเป็นทรัพย์สินในดินแดน
เป็นสินทรัพย์รับช่วงชีวิตใหม่
ที่จะแตกกิ่งใบได้หมื่นแสน
ที่จะสร้างโลกให้ไม่เปล่าแปลน
ที่จะต้องทดแทนกันสืบไป
สืบสร้างสายธารแห่งชีวิต
ความตายเนรมิตชีวิตใหม่
พบกองผุกร่อน ณ ที่ใด
ย่อมพบชีวิตได้ ณ ที่นั้น
เป็นสัจธรรมแห่งธรรมชาติ
ที่กำหนดบทบาททุกสิ่งสรรพ์
ให้โอบเอื้อเกื้อหนุนเนื่องนำกัน
นี่คือวิถีอันสมดุล
Written on June 28, 2008 | Posted in
กวีบท |
Leave a comment
เพียงหนึ่งใบไม้ในป่ากว้าง
ก็เติมเต็มช่องว่างของป่าได้
เพียงหนึ่งหยาดน้ำน้อยเพียงใด
ก็ล้วนเป็นหยาดใสของน้ำนั้น
ใบไม้หนึ่งใบแต้มไพรพฤกษ์
บันดาลให้ป่าลึกเป็นสรวงสวรรค์
หยาดน้ำน้อยน้อยค่อยรวมกัน
จากที่โน่นที่นั่นเป็นธารน้ำ
เป็นสายธาร พฤกษ์ไพร ธรรมชาติ
ทุกชีวิตสามารถมาดื่มด่ำ
แต่งโลกให้งดงามอยู่ประจำ
แต่โบร่ำโบราณเป็นล้านกัลป์
คือบิดรมารดาของชีวิต
Written on June 28, 2008 | Posted in
กวีบท |
Leave a comment
บ้านเจ้าอยู่ไหนหนอพ่อหนู
แสนไกลสุดกู่สักเพียงไหน
อยู่ที่ป่าเขาลำเนาใด
หรือกลางทุ่งกว้างใหญ่อันไกลโพ้น
พลัดที่พลัดทางจากถิ่นฐาน
ห่างเหเรือนชานมาโลดโผน
มาเดินทางไกลก้าวกระโจน
เผชิญภัยโชกโชนแต่วัยเยาว์
กี่เขต กี่แคว้น กี่แดนผ่าน
กี่เมือง กี่บ้านเจ้าผ่านเข้า
กี่ห้วยละหานธารลำเนา
กี่สูงสันเขาเจ้าข้ามมา
Written on June 28, 2008 | Posted in
กวีบท |
Leave a comment
มีฝันในดวงใจ
ในดวงใจมีศรัทธา
มีไฟในดวงตา
สองปีกกล้ามีเสรี
เธอจึงโบกโบยบิน
ท่องทั่วถิ่นทั้งชีวี
เพื่อค้นหาความดี
และความงามตามศรัทธา
ทุกเขียวแห่งขุนเขา
ทุกชุ่มเย็นแห่งธารา
ทุกกว้างแห่งทุ่งหญ้า
และฟากฟ้าอันกว้างไกล
Written on June 28, 2008 | Posted in
กวีบท |
Leave a comment
อ้า! อรุณเรืองรองสมัย
อันอ่อนละมัย
ละมุนอุ่นมวลรัศมี
เทพแห่งทิวา-พระสุรีย์
สาดส่องรังสี
เพื่อสรรพชีวิตสำราญ
และสรรพชีวิตเบิกบาน
เมื่อก่อการงาน
เพื่อสืบผสานเผ่าพงศ์
Written on June 28, 2008 | Posted in
กวีบท |
Leave a comment
เรืองแสงส่องฉายที่ปลายฟ้า
ณ เบื้องบูรพาเป็นแสนสาย
แสงเงินแสงทองส่องประกาย
แต้มสีพรรณรายระบายฟ้า
คือแสงตะวันอันผ่องใส
คืออรุโณทัยเริ่มฉายค่า
ส่องให้โลกนี้มีชีวา
ทุกชีวิตเริงร่ามานานนม
แย้มรอยยิ้มรื่นด้วยความรัก
ถามไถ่ทายทักสนิทสนม
สายน้ำจุมพิตกับสายลม
ริ้วคลื่นชื่นชมจูบฝั่งธาร
Written on June 28, 2008 | Posted in
กวีบท |
Leave a comment