ปราสาทที่พังทลาย

ปราสาทอันงดงามพังทลายลง
กระดูกของผู้สร้างผุเปื่อยไปนานหลายศตวรรษ
เหลือเพียงคำเล่าขานอันมหัศจรรย์พันลึก
ราวเทพนิยาย
ปราสาทอันเคยมั่นคงเหลือเพียงซากปรักหักพัง
ก้อนหินขนาดมหึมาถมทับเป็นกอง
คือหลักฐานแสดงความยิ่งใหญ่
ของผู้เนรมิตก้อนหินเป็นเทวาลัย
ปราสาทอันใหญ่โอฬารพังทลายลง
กระดูกของผู้สร้างผุเปื่อยไปแล้วหลายศตวรรษ
ก้อนหินที่เคยเป็นหมู่ปราสาท
กลายเป็นกระดูกศิลากองใหญ่
ปราสาทอันงามสง่าพังทลายลงแล้ว
ผ่านมาหลายศตวรรษ
ผู้สืบเชื้อสายจากผู้สร้างแย่งชิงกระดูกศิลา
สายสัมพันธ์พังทลายลง
ดังปราสาทนั้น
โกศล อนุสิม
๑๐ กรกฎาคม ๒๕๕๑

นิราศควาย ตอนที่ ๑ และ ๒

นิราศร้างแรมไกลไปเป็นควาย
ได้รู้ได้เห็นเป็นมากมาย
แสวงหาความหมายให้ชีวิต
บันทึกแรมทางระหว่างนิราศ
ทุกข์สุขหลายขนาดมาสนิท
หลากเรื่องปัญหามาให้คิด
อุปสรรคก็ตามติดมาทายท้า
เป็นควายให้สมค่าราคาควาย
มิใช่เป็นได้ง่ายดังปรารถนา
จะให้สมศักดิ์ควายเต็มอัตรา
ต้องมีปัญญาประสาควาย
ปัญญามีค่าเป็นอาวุธ
พวกหมู่มนุษย์ให้ความหมาย
พวกเขาจึงมีกันมากมาย
ใช้ฆ่ากันวอดวายให้ควายดู
เรามีปัญญาแบบควายควาย
สืบทอดตามสายเลือดอยู่
จากรุ่นสู่รุ่นเรียนรู้
คงคู่ชาติพันธุ์สืบกันไป

นิราศชาติควายอันเข้มข้น
ตั้งแต่การเริ่มต้นอันยิ่งใหญ่
เมื่อกาลครั้งหนึ่งซึ่งนานไกล
บรรพบุรุษควายได้ใช้ปัญญา
โดยใช้ปัญญาประสาควาย
ช่วยมิตรสหายร่วมดงป่า
ชื่อว่ามนุษย์ด้วยเมตตา
ช่วยยกราคาของชีวิต
ด้วยความสัตย์ซื่อถือเพื่อน
เป็นเสมือนพี่น้องต้องสนิท
จึงเสียท่าให้ไม่ทันคิด
หลงติดกับดักปลักมนุษย์
กลายเป็นทาสของผองเพื่อน
ผู้ใจป่าเถื่อนที่สุด
น้ำใจคดข้องอคุด
มิเคยจะหยุดยั้งรอ
และอีกมากมายหลายสัตว์
หลงเล่ห์กลซัดสิ้นหนอ
ถูกเพื่อนมนุษย์ผูกคอ
ไปเป็นทาสต่อทั้งป่าดง
จะพออะไรใจมนุษย์
มีแต่รุดหน้าไปในความหลง
แม้เพื่อนร่วมเหล่าเผ่าพงศ์
ยังฆ่ากันลงล้มตายฯ
ต่อจากนี้ไปจะได้เล่า
เรื่องก่อนเรื่องเก่าที่สูญหาย
อย่าได้คิดว่าบ้าน้ำลาย
เชิญมิตรสหายมาร่วมฟังฯ

ตอนที่ ๒
มาร่วมรับรู้เรื่องที่เล่า
เรื่องเก่ากาลก่อนตอนหนหลัง
เรื่องควายกับคนท้นประดัง
เรื่องราวไหลหลั่งดังสายน้ำ
เรื่องของข้าพเจ้าคนเล่านี้
ผ่านสี่สิบปีเป็นอย่างต่ำ
เมื่อครั้งเป็นเด็กตัวเล็กดำ
มีชื่อบักหำประจำตัว
เป็นชาติเชื้อชาวนาตามตาปู่
อันความเป็นอยู่มิใช่ชั่ว
มีข้าวกินอิ่มไม่ต้องกลัว
กับข้าวแซบนัวนั่นแม่ทำ
มีเพื่อนเล่นเป็นฝูงควาย
อยู่คู่เคียงกายทุกเช้าค่ำ
และโดยหน้าที่มีประจำ
คือนำฝูงควายออกไปเลี้ยง
อีด่อนควายเผือกผิวขาวขาว
สองเขาโค้งยาว เกลาเกลี้ยง
ไอ้เถิกควายทุย เป็นเพื่อนเคียง
มันชอบทำเสียงอยู่ฟึดฟัด
มีควายแม่เฒ่าเป็นเจ้าเรือน
อยู่นานกว่าเพื่อน ยังยืนหยัด
คล่องไถได้งานอย่างชะงัด
จึงจัดเป็นกูรูคู่ท้องนา
ช่วยการช่วยงานมานานนัก
จึงมีสิทธิ์พักงานได้นานกว่า
เลาะเล็มหญ้าอิ่มเอมอุรา
นานครั้งจึงค่อยมาประจำการ
เริ่มเรื่องขึ้นมาในหน้าฝน
ฤดูที่ผู้คนเริ่มไถหว่าน
ฤดูที่เพื่อนควายต้องเข้างาน
คนกับควายสมานสามัคคี
เป็นฤดูชุ่มชื่นของชีวิต
ใหญ่น้อยกะจิริดและหลากสี
แตกหน่อต่อยอดพืชพันธุ์มี
มวลสัตว์ก็ทวีชีวีสำราญ
ทุ่งนาน้ำชุ่ม ทั้งลุ่มดอน
มวลไม้ใบอ่อนโต้ลมผ่าน
ทุ่งมีสีเขียวสดตระการ
ตามทุกหย่อมย่านสุดสายตา
คนเดินท่อมท่อมอยู่ตามทุ่ง
แบกจอบแบกถุงที่บนบ่า
นกบินขวักไขว่ในท้องฟ้า
แมลงปอเริงร่าบินโต้ลม
เขียดเล็กเขียดน้อยบนคันนา
ผู้คนเดินมากระโดดร่ม
หลบหลีกภัยร้ายดำหายจม
มุดลงโคลนตมหลบใต้น้ำ
น้ำนองท้องทุ่งทุกถิ่นท่า
กุ้งหอยปูปลามีคลาคล่ำ
พืชผักมากล้นคนเก็บกำ
ในลุ่มชุ่มฉ่ำและดินดอน
ฝูงควายเล็มหญ้าที่ในทุ่ง
กินให้อิ่มพุงได้ พักผ่อน
ว่างจากงานไถในทุกตอน
กินหญ้ายอดอ่อนเอากำลัง
เด็กน้อยชาวนาทำหน้าที่
ดูแลอย่างดีตามคำสั่ง
เลี้ยงควายด้วยความรักจริงจัง
ด้วยการขึ้นนั่งบนหลังทุย
เย็นลมพรมชื่น รำเพยผ่าน
คนก็สำราญนั่งทอดหุ่ย
ควายก็กินเพลินพลางเดินลุย
ดุ่มดุ่มดุ่ยดุ่ยตามคันนา
เขียวเขียวยอดหญ้าคันนาเขียว
ในนาใบเรียวคือข้าวกล้า
ลู่ลู่ล้อลมพรมพัดมา
หอมกลิ่นดินฟ้า หญ้าข้าวฟุ้ง
เป็นกลิ่นท้องทุ่งที่เคยท่อง
เป็นภาพจำลองอันเรืองรุ่ง
เป็นสำนึกเก่าเอามาปรุง
เป็นชีวิตเด็กทุ่งเมื่อวันวาน
กงกาลผ่านไปให้นิราศ
เป็นอากาศธาตุ เมื่อพ้นผ่าน
กลายเป็นภาพศิลป์ จินตนาการ
อันเป็นหลักฐาน ให้จารใจ
นิราศร้างห่างไกล ไม่อาจกลับ
จึงได้ลำดับ เรื่องราวใหม่
เรื่องของเพื่อนแท้คือควายไทย
โปรดฟังต่อไปตามบทตอนฯ

(ยังมีต่อ แต่ยังไม่ได้เขียนต่อ)
โกศล อนุสิม
*อ่านบทต้นเรื่อง “ข้าพเจ้าขอเป็นควายฯ” ที่นี่
ขอบคุณภาพจาก www.o2blog.com

ไฟในมือเด็ก

 
เด็กมีไม้ขีดไฟ
จะรู้ไหมภัยร้ายแรง
เด็กเด็กอาจเปลี่ยนแปลง
บ้านหลังใหญ่กลายเป็นจุล
 
เด็กมีไม้ขีดไฟ
จะรู้ไหมไฟมีคุณ
ใช้ดีก็เป็นบุญ
ประโยชน์ไฟมากมายมี
 
เด็กเล่นไม้ขีดไฟ
มีบ้างไหมเล่นได้ดี
เด็กเล่นไฟทุกที
เห็นแต่ไหม้เสียใหญ่โต
 
ไฟดีมีประโยชน์
และมีโทษอีกอักโข
ผู้ใช้ใจเฉโก
ก็จะใช้ไฟล้างผลาญ
 
เด็กเด็กเมื่อมีไฟ
อาจดีได้อยู่ไม่นาน
รู้เท่าไม่ถึงการณ์
เพียงไม่นานก็ลามแรง
 
บ้านใหญ่ของไทยเรา
ไฟลามเผาลุกโชนแดง
เด็กเด็กเล่นผาดแผลง
จุดไฟป่าประชาธิปไตย!
 
โกศล อนุสิม
๗ กรกฎาคม ๒๕๕๑

ทุนนิยมโวย

 
             
 
   เอะอะตึงตังมาชังข้า                   
พากันกล่าวหาข้าอยู่ได้
ว่าชั่วสามานย์ขั้นจังไร         
ทุนนิยมนี้ไซร้ช่างเลวทราม
   ส่งเสียงล้งเล้งข่มเหงข้า    
พวกเอ็งสิบ้าทำห่าห่าม
ขัดคอกันแล้วก็ลามปาม                 
มาเหยียดมาหยามข้ายับเยิน
   เอ็งเอาเปรียบกันทำผิดกฎ  
หน้าซื่อใจคดมานานเนิ่น
แก่งแย่งแข่งขันกันเหลือเกิน  
ต่างเพลิดต่างเพลินกันทรยศ

   เอะอะโวยวายอะไรข้า       
ก็พวกเอ็งบ้ากันทั้งหมด
ข้าสั่งใครไหมให้คิดคด                  
พวกเอ็งนั่นแหละปดมดเท็จกัน
   เอะอะตึงตังทำชังข้า                  
ควรสมน้ำหน้าเอ็งแหละนั่น
ยามได้ก็ว่าดีพุงพีมัน           
ยามเสียก็โวยลั่นสนั่นเมือง
   ว่าทุนนิยมนั้นสามานย์      
พวกเอ็งสิพาลมาหาเรื่อง
ด่าว่าข้าไปก็เปล่าเปลือง                
ล้วนพวกเอ็งเขื่องข่มกันเอง
   สามานย์กันไปไม่เกี่ยวข้า  
สามานย์ถ้วนหน้าพวกอวดเก่ง
สามานย์ตามสะดวกพวกนักเลง        
คุยโขมงโฉงเฉงพวกสามานย์
 
               โกศล อนุสิม
            ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๕๑
 

เสียสัตย์ไม่เสียชีพ

 
 
    
รักชีพเสียสัตย์สิ้น                 อวสาน
รักชั่วตัวสามานย์                 เชิดหน้า
รักตัวชั่วสำราญ                   เอิบอิ่ม
เสียสัตย์รักชีพกล้า               เบ่งบ้ายุคสมัยฯ
 
     อาลัยสัตย์ซื่อสิ้น            ความขลัง
ทุรชาติผงาดเงื้อมยัง            โลกหล้า
ทุรชนขุดหลุมฝัง                  ปวงสัตย์
โปรยเล่ห์ลวงเหลี่ยมกล้า       กลบโลกแลสลัวฯ
 
     รักชั่วหามจั่วแล้ว            ทุกสถาน
รักดีหามเสาอาน                  หนักแอ้
ซื่อกินอดอยากนาน             บักโกรก
คดกินเอมโอฐแท้                 อิ่มล้นยังเหลือฯ
 

ชีวิตรัฐธรรมนูญ

ชีวิตรัฐธรรมนูญนั้นวุ่นหนัก
เป็นเสาหลักต้นใหญ่ในหมู่เสา
คิดว่าต้องยืนยงอยู่นานเนา
กลับเป็นเป้าโค่นล้มลงจมดิน
 
ชีวิตรัฐธรรมนูญทุกข์หนักหนา
เพิ่งเกิดมาก็ถูกคนตะโกนหมิ่น
ว่ามีผลบกพร่องหมองราคิน
ต้องล้างไปให้สิ้นอย่าเสียดาย

เดินบนดาวดึงส์

 
เดินชมสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
ไปถึงพระจุฬามณีเจดีย์สวรรค์
กราบพระธาตุพระพุทธเจ้าแต่บางบรรพ์
กลางหมู่เทพผู้สร้างสรรค์บรรพบุญ
 
ชมสวนแห่งสวรรค์ทั้งสี่
เกิดจากบารมีเทวนารีเนื่องหนุน
ทิพยสถานบันดาลโดยทิพยทุน
คือคุณความดีที่สร้างไว้ในชาติมนุษย์
 
ชมทั่วมหานครไตรตรึงษ์
เมืองหลวงแห่งดาวดึงส์วิเศษสุด
ปราสาทแก้วแวววับวาววิมุติ
ลอยล่องแลหยุดได้ดังใจ
 
ชมมหาทิพยวิมาน
ไพชยนต์สถานพิมานใหญ่
ปราสาทแห่งองค์อมรินทร์ผู้เกริกไกร
ราชาแห่งเทพไท้ทั่วแดนทิพย์

ค่าของชีวิต

ในช่วงขวบปีที่สองที่สามของการเป็นประชากรกรุงเทพฯ ในฐานะนักศึกษา ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผมกับผองเพื่อนเริ่มคุ้นเคยกับเมืองใหญ่แห่งนี้ เมืองที่หลายคนต้องใช้ชีวิตตกค้างมาถึงปัจจุบัน รวมทั้งผมด้วยคนหนึ่ง เมื่อย้อนวันเวลาไปครั้งที่เราเป็นคนหน้าใหม่เมื่อเกือบ ๓๐ ปีก่อน กรุงเทพฯยังคงเป็นถิ่นอื่นสำหรับพวกเรา
เด็กหนุ่มบ้านนอกลุ่มหนึ่ง ที่เข้ามาเรียนหนังสือด้วยทุนการศึกษาของมหาวิทยาลัย มีโอกาสออกท่องราตรีอันเต็มไปด้วยแสงสีของกรุงเทพฯ เป็นการท่องราตรีที่ไม่มีค่าใช้จ่าย แต่เราเป็นฝ่ายได้เงิน ช่างเป็นเรื่องที่ดีแท้

นาจะหลวย

ปีพุทธศักราช ๒๕๒๑ ผมเรียนจบ ป. ๗ จากโรงเรียนกันทรลักษณ์ ที่ใช้ชีวิตเป็นลูกศิษย์วัด พร้อมเรียนหนังสือไปด้วย ๓ ปี ที่วัดศิริวราวาส พี่ชายคนโตที่บวชพระซึ่งพาผมไปอยู่ด้วยนั้น ย้ายอยู่ที่กรุงเทพฯตอนผมเรียนอยู่ชั้น ป.๖ ผมจึงอยู่วัดโดยไม่มีพี่ แต่ก็ไม่มีปัญหาอะไรครับ อยู่วัดมีความสุขตามประสาศิษย์วัดนั่นเอง
เมื่อมาอยู่ที่อำเภอนาจะหลวย ได้อยู่กับพ่อกับพี่ชายที่มาทำไร่อยู่ที่นี่หลายปีแล้ว แม่ยังอยู่ที่บ้านเกิดคือบ้านโคกก่องกับลูกสาวคนเล็กสองคน นานๆพ่อจะกลับไปสักทีหนึ่ง ได้มาอยู่กับพ่อแล้วทำให้รู้สึกดีขึ้นกว่าเป็นลูกศิษย์วัด แต่ผมยังคิดถึงแม่อยู่เหมือนเดิม คิดถึงน้องสาวด้วย

เดชอุดม

เดชอุดมคืออำเภอหนึ่งของจังหวัดอุบลราชธานี ตั้งอยู่ตรงจุดสิ้นสุดของถนนมิตรภาพที่สหรัฐอเมริกาสนับสนุนค่าก่อสร้างให้แก่ประเทศไทย ตามนโยบายแผ่ขยายอิทธิพลของอเมริกาในสมัยเมื่อ ๔๐-๕๐ ปีก่อน อันที่จริงแล้ว คงสร้างเพื่อเป็นถนนยุทธศาสตร์ ใช้ลำเลียงอาวุธไปทำสงครามในอินโดจีน คือเวียดนาม ลาว กัมพูชา
ถนนมิตรภาพรู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งคือ ถนนโชคชัย-เดชอุดม โดยเริ่มต้นที่อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา สิ้นสุดที่อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี ลัดเลาะเลียบแนวชายแดนไทย-กัมพูชามาเรื่อย กลายเป็นถนนสายหลักที่ประชาชนใช้สัญจรไปมาตั้งแต่สมัยโน้นจนสมัยนี้

ยินดีต้อนรับทุกท่านที่มาเยือน

ข้อเขียนในบล็อกนี้ท่านสามารถนำไปเผยแพร่ผ่านสื่อต่าง ๆ เพื่อประโยชน์แก่สาธารณะได้ โดยอ้างอิงผู้เขียน โกศล อนุสิม และ www.kosolanusim.org หากนำไปเผยแพร่ผ่านสื่ออินเตอร์เน็ตโปรดใส่ลิงก์เชื่อมโยงกลับมาที่นี่ด้วย ห้ามนำไปแสวงหาประโยชน์ในทางการค้าใด ๆ

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย. มูลนิธินักอ่านบ้านนา

สโมสรหนอนหนังสือ

ในโลกหนังสือ 365 วัน

เรื่องล่าสุด

เรื่องน่าอ่าน

คนร่วมคุย

Free counter and web stats