...

บันทึกสมัย (๓) ทุนนิยมเสื่อมสมัย

แล้วโลกแทบล่มลงอีกครั้ง
เศรษฐกิจเพพังคนแพ้พ่าย
สับสนอลม่านอันตราย
ผู้คนเจียนตายให้ลำเค็ญ

แว่วว่าเพราะมีเศรษฐีประเทศ
เป็นต้นแห่งเหตุอันทุกข์เข็ญ
ถีบธรรมาภิบาลกันกระเด็น
เพราะเห็นแก่ตัวมั่วกำไร

ก่อการซ่อนกลบนธุรกิจ
ทำผิดให้เห็นเป็นถูกได้
ก่อวิกฤตการณ์บานตะไท
ลุกลามเป็นไฟไหม้โลกา

ทุนนิยมเสรีที่เคยเชื่อ
ว่ายุติธรรมเหลือและล้ำค่า
เป็นกฎเป็นเกณฑ์กำหนดมา
ใคร่ขายใคร่ค้าแข่งขันกัน

กลับพังทลายลงเสียหมด
ฉีกกฎก่อการณ์พาลป่วนปั่น
ผู้ดีมีทรัพย์นับอนันต์
กลับสูญเสียพลันแทบทันที

โลภมากลาภหายเกิดให้เห็น
ขัดข้องลำเค็ญไปทุกที่
คนจนคนยากลำบากทวี
เพราะพวกเศรษฐีที่ฉ้อโกง

แว่วว่าเพราะมีเศรษฐีประเทศ
เป็นต้นแห่งเหตุให้ตายโหง
น้ำลดตอผุดรุดเปิดโปง
แล้วตอกฝาโลงลงฝังดิน

วิกฤตการณ์อันทุกข์ยาก
ก่อความลำบากไปทั้งสิ้น
ผู้คนสาปส่งพวกโกงกิน
ตายตกหมกถิ่นนรกานต์

ทุนนิยมแว่วว่าถึงคราเสื่อม
มีแต่ล้ำเหลื่อมมหาศาล
แข่งขันเสรีมีมานาน
ก็พาลเซซังจะพังลง

แม้นโลกลุกยืนขึ้นอีกครั้ง
หากคนนั้นยังแต่โลภหลง
ทิ้งธรรมคว่ำกฎเป็นกรรมกง
ก็คงจะย่ำมาซ้ำรอยฯ

โกศล อนุสิม
๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๒
ขึ้น ๖ ค่ำ เดือน ๑ ปีฉลู

This entry was posted on Monday, November 23rd, 2009 and is filed under กวีบท. You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. You can leave a response, or trackback from your own site.

Leave a Reply

ยินดีต้อนรับทุกท่านที่มาเยือน

เรื่องล่าสุด

เรื่องน่าอ่าน

คนร่วมคุย

Free counter and web stats