ลูกอีสาน ตำนานชีวิตแห่งที่ราบสูง
คงไม่ต้องสาธยายเกี่ยวกับ คำพูน บุญทวี หรือ ลุงคำพูนที่ผมและคนรุ่นลูกหลายเรียกขานด้วยความนับถือและสนิทสม ทั้งๆที่หลายๆคนไม่เคยรู้จักตัวจริงของลุงคำพูน แต่รู้ผ่านตัวหนังสือแล้วเกิดความรัก นับถือ ผูกพัน เมื่อเจอตัวจริงแล้ว ก็รู้สึกเช่นนั้น เพราะลุงคำพูนเป็นคนใจดี อารมณ์ดี มีความเมตตาแก่ลูกๆหลานๆพูดคุยสนุกสนานเป็นกันเองกับทุกคน
เมื่อ ได้ผมลุงคำพูนทีไร ผมย่อมจะคุยหรืออันที่จริงแล้วถามและฟังลุงคำพูนเล่าเรื่องชีวิตอีสานแต่หน หลัง ดังที่ปรากฏในนิยายของลุงหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่อง “ลูกอีสาน” ที่ได้รับรางวัลในงานสัปดาห์หนังสือและรางวัลซีไรต์ จากนั้นก็กลายเป็นภาพยนตร์โดยผู้กำกับที่เป็นตำนานอีกคนหนึ่งของวงการหนังไทยคือ วิจิตร คุณาวุฒิ และท่านผู้นี้ยังเป็นนักเขียนเรื่องสั้นที่มีฝีมือชั้นครูอีกคนหนึ่งด้วย
นั่นคือเรื่องราวของลุงคำพูน บุญทวี ที่ผมได้รู้จักเมื่อยังมีชีวิตอยู่ แม้ลุงจากไปแล้ว ความทรงจำที่มีก็ยังชัดแจ้ง นึกถึงทีไรก็เคลื่อนไหวมีชีวิตชีวาอยู่ทุกครั้ง

“ลูกอีสาน” คือบันทึกประวัติศาสตร์สังคมและชีวิตของชาวอีสานในอดีตในรูปนิยาย สิ่งที่ลุงคำพูนได้เขียนถึงครอบคลุมในเรื่องภูมิศาสตร์ ภูมิอากาศ ชีวิต สังคม ประเพณี วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ความเป็นชาติพันธุ์ของชาวอีสานที่พูดภาษาลาว ซึ่งในทางชาติพันธุ์นั้นย่อมเป็นกลุ่มเดียวกับผู้คนในแถบถิ่นแม่น้ำโขงบริเวณอาณาจักรล้านช้าง อันประกอบไปด้วยประเทศลาวและภาคอีสานของไทยที่ถูกแบ่งแยกโดยเขตแดนของรัฐสมัยใหม่ในปัจจุบัน
………………………………………..
<< ลุงคำพูน บุญทวี ตำนานลูกอีสาน
………………………………………..
ลุงคำพูนสะท้อนภาพความทุกข์ยากของชาวอีสาน ในช่วงเวลาที่ลุงคำพูนเป็นเด็ก ซึ่งก็กินเวลากว่าครึ่งศตวรรษมาแล้ว โดยเฉพาะความทุกข์ยากที่เกิดจากการดำรงชีพในสังคมเกษตรกรรมที่ต้องอาศัยธรรมชาติคือฝนช่วยในการผลิตปัจจัยดำรงชีวิตคือข้าวปลาอาหาร ที่มักประสบกับความแห้งแล้งอยู่ประจำ อันเป็นอุปสรรคใหญ่หลวงของการดำรงชีวิต และเป็นเสมือนสัญลักษณ์ของอีสานที่ถูกกล่าวถึงในวรรณกรรมทั้งหลาย ทั้งแนวเพื่อชีวิตและบันเทิงเริงรมย์

แม้ลุงคำพูนจะพูดถึงสภาพความทุกข์ยากแร้นแค้นที่ผู้คนต้องดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอด แต่ลุงคำพูนไม่ได้บอกเล่าเพียงแค่แง่มุมเดียวเหมือนในวรรณกรรม “เพื่อชีวิต” ของนักเขียน “หัวก้าวหน้า” ที่เขียนขึ้นมาเพื่อรับใช้อุดมการณ์ทางการเมืองในช่วงก่อนและหลังเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ ลุงคำพูนได้เก็บกำรายละเอียดการใช้ชีวิตของชาวอีสานที่เรียบง่าย สนุกสนาน หัวเราะได้แม้ยามที่มีความทุกข์ ฯลฯ เอาไว้ในหนังสืออย่างมีชีวิตชีวา จะว่าไปแล้ว บุคลิกจริงของลุงคำพูนก็คือบุคลิกของคนอีสานจริงๆนั่นเอง ลุงคำพูนเป็นอย่างไร คนอีสานก็เป็นอย่างนั้น คนอีสานเป็นอย่างไร ตัวละครในเรื่องลูกอีสานก็เป็นอย่างนั้น
สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งก็คือ ลุงคำพูนได้สะท้อนถึงความหลากหลายทางด้านชาติพันธุ์ในพื้นที่ภาคอีสานเอาไว้ด้วย และความหลากหลายนั้นแม้จะอยู่ด้วยกันอย่างสงบ แต่ลึกๆก็มีความขัดแย้งกันอยู่บ้าง ชาติพันธุ์อื่นที่นอกเหนือจากชาวอีสานแท้ๆที่ลุงคำพูนกล่าวถึงในหนังสือก็คือ คนจีนกับคนญวน (เวียดนาม) หรือที่คนอีสานเรียกว่า “แกว” และคนจีนกับคนญวนนั้นก็มีความไม่ลงรอยหรือไม่ชอบหน้ากัน ดัง ที่ปรากฏในเรื่องว่า ลูกชายคนจีนกับลูกสาวคนญวนรักกัน แต่คนรุ่นพ่อแม่ไม่ชอบกัน ก่อเกิดการทะเลาะเบาะแว้งระหว่างคนรุ่นพ่อแม่ของทั้งสองฝ่าย กระทบถึงรุ่นลูก นี่ย่อมเป็นนัยสะท้อนให้เห็นถึง ความขัดแย้งของทั้งสองเผ่าพันธุ์ที่เป็นมายาวนานในประวัติศาสตร์ ไม่ต่างจากที่ไทยกับพม่ามีความรู้สึกไม่ไว้วางใจกัน อันเป็นผลพวงจากความขัดแย้งที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณนั่นเอง
ลูกอีสาน ฉบับภาพยนตร์โดยการกำกับของวิจิตร คุณาวุฒิ ก็เป็นภาพยนตร์อีกเรื่องหนึ่งที่นับได้ว่าเป็นต้นแบบหรือ อมตะ (Classic) ในบรรดาหนังไทยทั้งหลาย ผู้แสดงทุกคนที่รับบทตัวละครต่างๆก็แสดงได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยเฉพาะฉากกองเกวียนพักแรมในยามค่ำคืนที่ธงชัย ประสงค์สันติ ลำยาวบรรยายถึงความทุกข์ยากของชาวอีสานนั้น เป็นฉากที่ประทับใจมากจริงๆ แม้ ตัวผมเองไม่ค่อยชอบฉากสุดท้ายที่พ่อของคูณกลับจากการหาปลาที่แม่น้ำมูลแล้ว รีบไถนาเพื่อหว่านกล้านั้น เป็นการจงใจแสดงให้เห็นถึงความขยันทำกินของตัวละครมากเกินไป แต่ก็ยอมรับได้เมื่อคิดว่า เป็นการบอกเล่าเรื่องราวที่ทำให้เกิดความสะเทือนใจหรือความประทับใจตามศิลปะแห่งภาพยนตร์

เรื่องราวที่ปรากฏในลูกอีสาน ทั้งในหนังสือและในภาพยนตร์ คือบันทึกตำนานชีวิตของชาวอีสานที่ยิ่งใหญ่ในอดีต เมื่อตกมาถึงปัจจุบันภาพทั้งหลายเหล่านั้นย่อมเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา วิถีชีวิตที่ของชาวอีสานในปัจจุบันย่อมแตกต่างจากอดีตเมื่อ 60 หรือ 70 ปีก่อน แต่คุณค่าของหนังสือและภาพยนตร์หาได้ลดน้อยลงไม่ ในทางตรงกันข้ามกลับมีแต่จะทวีคูณขึ้น เพราะสิ่งทั้งหลายทั้งปวงเกี่ยวกับชีวิตชาวอีสานที่สูญหายไปจากชีวิตจริง ได้ถูกบันทึกไว้อย่างมีชีวิตชีวาในหนังสือและบนแผ่นฟิล์ม
ลูกอีสานในปัจจุบันหรือในอนาคตที่สนใจสืบสาวราวเรื่องรากเหง้าของตน ย่อมอาศัยหนังสือและภาพยนตร์เป็นหลักเขตชี้ทางได้อย่างแน่นอน.
๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๒







Leave a Reply