รางวัลซีไรต์เป็นรางวัลวรรณกรรมที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดของประเทศไทย ข้อนี้คงไม่มีใครปฏิเสธได้ แต่ละปีมีหนังสือส่งเข้าประกวดจำนวนหลายสิบเรื่อง แต่มีเพียงหนึ่งเรื่องเท่านั้นที่ได้รับรางวัลนี้ โดยมีคณะกรรมการดำเนินการ 2 คณะ (ต่อไปในบทความนี้จะเรียกรวมกันว่าคณะกรรมการรางวัลซีไรต์) คือ คณะกรรมการคัดเลือกทำหน้าที่คัดเลือกหนังสือที่เข้าส่งประกวดทั้งหมดให้เหลือไม่เกิน 10 เล่ม จากนั้นคณะกรรมการตัดสินจะคัดเลือกเล่มที่สมควรได้รับรางวัลซีไรต์
ในปีนี้ (พ.ศ.2553) คณะกรรมการคัดเลือก ได้คัดเลือกหนังสือเพื่อส่งให้คณะกรรมการตัดสินพิจารณาจำนวน 6 เรื่องเรียงตามลำดับอักษร คือ “ฉันอยากร้อง เพลงสักเพลง” ของ ศิริวร แก้วกาญจน์ ”เดินตามรอย” ของ วันเนาว์ ยูเด็น ”ในความไหวนิ่งงัน” ของ นายทิวา “เมืองในแสงแดด” ของ โกสินทร์ ขาวงาม ”ไม่มีหญิงสาวในบทกวี” ของซะการีย์ยา อมตยา ”รูปฉายลายชีพ” ของ โชคชัย บัณฑิต และที่พิเศษในปีนี้ก็คือ มีความเห็นของคณะกรรมการคัดเลือกต่อภาพรวมของกวีนิพนธ์ พร้อมข้อสังเกตที่ชี้ให้เห็นข้อบกพร่องของงานกวีนิพนธ์หลายประการ รวมทั้งมีข้อเสนอแนะในการจัดพิมพ์หนังสือกวีนิพนธ์ด้วย
หลังการประกาศชื่อหนังสือทั้ง 6 เรื่องก็มีเสียงสะท้อนผ่านสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อออนไลน์ โดยมีทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติธรรมดาของการตัดสินการประกวดทุกอย่าง ซึ่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในปีนี้เน้นหนักเรื่องข้อสังเกตของคณะกรรมการคัดเลือกเกี่ยวกับการใช้ฉันทลักษณ์ในกวีนิพนธ์ ว่ามีแนวโน้มยึดติดกับฉันทลักษณ์ ซึ่งจะเป็นการนำกวีนิพนธ์ถอยหลังเข้าคลอง และเกรงว่าจะเป็นอุปสรรคในการสร้างสรรค์กวีนิพนธ์ด้วย
การวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของกรรมการนั้นเป็นเรื่องปกติ แต่ต้องเป็นไปด้วยหลักการ [...]
Written on July 23, 2010 | Posted in
อ่านหนังสือ |
1 Comment
รางวัลซีไรต์รอบแรกปี 2553 ซึ่งเป็นปีกวีนิพนธ์ ประกาศเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2553 มีหนังสือเข้ารอบแรกจำนวน 6 เล่ม คือ
1.ฉันอยากร้องเพลงสักเพลง ของ ศิริวรณ์ แก้วกาญจน์
2.เดินตามรอย ของ วันเนาว์ ยูเด็น
3.ในความไหวนิ่งงัน ของ นายทิวา
4.เมืองในแสงแดด ของ โกสินทร์ ขาวงาม
5.ไม่มีหญิงสาวในบทกวี ของ ซะการีย์ยา อมตยา
6.รูปฉายลายชีพ ของ โชคชัย บัณฑิต
คณะกรรมการคัดเลือกได้ให้ข้อสังเกตมีรายละเอียดดังนี้
Written on July 13, 2010 | Posted in
อ่านหนังสือ |
6 Comments
เมื่อตอนที่เรียนมหาวิทยาลัย ผมกับเพื่อนกินเหล้ากันสองคน เราทั้งสองเป็นคอหนังสือทั้งนิยายกำลังภายในและนิยายไทย โดยเฉพาะเรื่องเพชรพระอุมานั้น เราอ่านกันหลายเที่ยว อ่านกันแบบลืมอ่านหนังสือสอบ พอถึงตอนกินเหล้าก็เอาเรื่องเพชรพระอุมามาคุยกันต่อ
Written on July 6, 2010 | Posted in
อ่านหนังสือ |
Leave a comment
คนเราพอแก่แล้วก็เริ่มนึกถึงเรื่องเก่า ๆ แรก ๆ ก็นึกอยู่คนเดียว นึกไปนึกมาก็อยากเล่า เล่ามาก ๆ เข้าคนฟังก็เบื่อ ทุกวันนี้ดีขึ้น เล่าผ่านบล็อกผ่านเว็บไซต์ได้ คนไม่ต้องฟัง ถ้าอยากรู้ก็อ่าน ไม่อยากรู้ก็ผ่านไป นับว่าเป็นคนแก่สมัยนี้โชคดีกว่าสมัยก่อนมาก
ตัวผมเองนั้นจะเรียกว่าแก่ก็ยังไม่ได้ (ฮา เข้าข้างตัวเอง) แค่อยู่ในระยะจะแก่ แต่ก็ชอบนึกถึงความหลัง นึกไปนึกมาก็จำได้ว่า ว่าครั้งหนึ่งเคยแปลหนังสือขายกับเขาเหมือนกัน จึงถือโอกาสเล่าไว้เป็นอนุสรณ์แก่ตัวเอง ณ บัดนี้
Written on June 8, 2010 | Posted in
อ่านหนังสือ |
2 Comments
ผมรู้จักชื่อนักเขียนชาวอินเดียชื่อ กัชวันท์ สิงห์ (Khushwant Singh) ครั้งแรก เมื่อได้เห็นหนังสือชื่อ รถไฟไปปากีสถาน (Train To Pakistan) ราวเกือบยี่สิบปีก่อน เพราะเพื่อนชาวอินเดียที่มีเมียเป็นคนไทยเอาหนังสือเล่มนี้มาให้อ่าน โดยเขาบอกว่าเป็นหนังสือที่ดีมาก บอกเล่าเรื่องราวในช่วงอินเดียกับปากีสถานแยกจากกันหลังได้รับเอกราชจาก อังกฤษ ประชาชนสองฝั่งต่างเคลื่อนย้ายไปยังดินแดน ที่คิดว่าจะให้ความสุขแก่ตนมากกว่า โดยชาวฮินดูข้ามจากฝั่งปากีสถานมายังฝั่งอินเดีย และชาวมุสลิมข้ามจากฝั่งอินเดียไปยังฝั่งปากีสถาน
Written on June 5, 2010 | Posted in
อ่านหนังสือ |
Leave a comment
ผมรู้จักชื่อของลุงคำสิงห์ ศรีนอก หรือ “ลาวคำหอม” ตั้งแต่ยังนุ่งกางเกงขาสั้นไปโรงเรียน ผ่านการบอกเล่าของครูหมวดสังคมศึกษา โรงเรียนเดชอุดม ณ ที่ซึ่งผมเรียนมัธยมปลาย อันเป็น “ม.ศ. 5 รุ่นสุดท้าย” ของประเทศ ก่อนที่ระบบการจัดการศึกษาจะมั่วแบบไม่นิ่มดังเช่นทุกวันนี้
Written on June 4, 2010 | Posted in
อ่านหนังสือ |
Comments Off
สัตว์ทั้งหลายรวมถึงมนุษย์ ต่างก็มีความจำเป็นในการบริโภคอาหารเพื่อให้มีชีวิตอยู่และการบริโภคกาม เพื่อสืบต่อเผ่าพันธุ์ ต่างแต่ว่า มนุษย์เรานั้นบริโภคเกินความจำเป็นในทุกๆอย่าง สัตว์อื่นหา กินอิ่มแล้วก็พอ ไม่สะสม หิวก็หากินใหม่ เมื่อถึงฤดูกาลที่จะต้องสืบพันธุ์เพื่อสร้างทายาทก็สืบพันธุ์ เสร็จแล้วก็แล้วกัน ไม่พร่ำเพรื่อ แต่มนุษย์เราสะสมทุกอย่างและสืบพันธุ์ได้ตลอดเวลา แม้ในยามที่ไม่ต้องการสร้างทายาทก็ตาม
นี่เป็นข้อเด่นหรือด้อยของมนุษย์ก็ไม่ทราบ ทราบแต่ว่ามนุษย์เกือบทุกคนต่างชอบ ทั้งชอบสะสมและชอบสืบพันธุ์
Written on May 26, 2010 | Posted in
อ่านหนังสือ |
Leave a comment
ในบรรดาศิลปะด้านวรรณกรรม คนส่วนหนึ่งยกย่องให้บทกวีเป็นนายแห่งศิลปะแขนงนี้ ด้วยว่าบทกวีนั้นมีความงดงามและลึกซึ้งทั้งคำทั้งความ และการสร้างสรรค์ศิลปะกวีนิพนธ์นั้น มิใช่กระทำให้ดีได้โดยง่าย
หนังสือกวีนิพนธ์มีมากมายหลายหลากเช่นเดียวกับหนังสือวรรณกรรมประเภทอื่น ๆ มีจำนวนมากที่ถูกลืมเลือนไปตามกาลเวลา และมีจำนวนหนึ่งที่ยังอยู่ แม้จะผ่านกาลเวลามายาวนาน
ความชื่นชอบกวีนิพนธ์ของแต่ละคนนั้นคงไม่อาจเหมือนกันได้ หากให้เลือกหนังสือกวีนิพนธ์ที่ตนชื่นชอบแล้ว เชื่อแน่ว่า ทุกคนคงเลือกได้อย่างไม่ลังเล ผมเองก็เช่นกัน หากมีใครถามว่าชอบกวีนิพนธ์เรื่องใดบ้าง หรือเรื่องใดที่ชอบที่สุด คำตอบก็คือ หนังสือเรื่องแรกที่ผุดขึ้นมาคือตอบ
Written on April 27, 2010 | Posted in
อ่านหนังสือ |
Leave a comment
ว่ากันว่า-ซึ่งไม่รู้ว่าใครว่าเป็นคนแรก, แต่ว่ากันว่า ในบรรดางานวรรณศิลป์นั้น กวีนิพนธ์เป็นงานอันสูงส่งกว่าประเภทใดทั้งหมด คำพูดนี้จะจริงหรือไม่อย่างใดนั้น ก็สุดแท้แต่มุมมองของใครของมัน สำหรับผมแล้ว ยอมรับว่า ในบรรดางานวรรณศิลป์ที่ตนเองมีส่วนในการสร้างนั้น รักในกวีนิพนธ์มากกว่าอย่างอื่น แม้ว่า สิ่งที่เขียนนั้นจะห่างไกลจากการเป็นกวีนิพนธ์ก็ตาม
ในบรรดากวีนิพนธ์ไทยที่มี โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน ร่าย ผมเองชอบโคลงมากว่าอย่างอื่น ชอบอ่านแต่ไม่ชอบเขียน เนื่องจากโคลงนั้นเขียนยากกว่ากลอนและกาพย์ ส่วนฉันท์และร่ายนั้นไม่ต้องพูดถึง แค่คิดจะเขียนก็ท้อใจแล้ว
Written on February 4, 2010 | Posted in
อ่านหนังสือ |
Leave a comment
ผมได้รับอีเมล์จากนายกสโมสรนักเขียนภาคอีสาน สุมาลี สุวรรณกร ชวนไปงานประชุมใหญ่สโมสรนักเขียนภาคอีสานประจำปี 2552 ที่ขอนแก่นโดยปีนี้จัดที่โรงเรียนซับสมบูรณ์พิทยาลัย อ.โคกโพธิ์ชัย วันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม โดยตั้งชื่องานไว้ว่า “ 20 ปี สโมสรนักเขียนภาคอีสาน ย่างสู่ปีที่ 60 ของสมคิด สิงสง”
Written on September 12, 2009 | Posted in
อ่านหนังสือ |
Leave a comment