บทนำ : ตำนานแห่งนคร
“ในอดีตอันไกลโพ้นมีมหานครอันเจริญรุ่งเรืองตั้งโดดเด่นบนสองฝั่งแม่น้ำใหญ่ เป็นมหานครแห่งความอุดมสมบูรณ์ เล่าขานกันว่า มหานครแห่งนี้คือสวรรค์บนพื้นพิภพ ผู้ที่อยู่อาศัยในมหานครไม่ต่างจากเหล่าเทพบนสรวงสวรรค์ตามความเชื่อสมัยดึกดำบรรพ์ ขอบเขตอำนาจของมหานครครอบคลุมดินแดนต่าง ๆ ที่อยู่รายรอบ มีนครน้อยใหญ่นับหมื่นนับแสนรวมเป็นอาณาจักรกว้างไกลไพศาล ผู้คนบนแผ่นดินต่างกระหายที่จะเดินทางเข้ามายลโฉมมหานครสักครั้งหนึ่งในชีวิต ที่นี่มีพร้อมทุกอย่าง ทุกคนมีสิทธิแสวงหาความมั่งมีมาสู่ตน ผู้ที่อาศัยอยู่ตามนครต่าง ๆ หลั่งไหลเข้ายังมหานคร ตราบใดที่พวกเขามีแรงและมีมันสมอง พวกเขาไม่มีวันอดตาย
Written on November 13, 2008 | Posted in
อายรนคร |
Leave a comment
ยานประจำตำแหน่งผู้บัญชาการกองทัพอารยนคร ค่อย ๆ ยกตัวขึ้นจากลานจอดในบริเวณปราสาทส่วนตัวและเป็นที่ทำงานของนายกรัฐมนตรี เมื่อไต่ถึงระดับการบิน ยานก็เร่งความเร็วตรงไปยังกองบัญชาการกองทัพ ทิ้งปราสาทหลังใหญ่โตหรูหราไว้ทางเบื้องหลัง
วันนี้นายทหารคนสนิทรู้สึกแปลกใจ ที่ท่านผู้บัญชาการมีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เพราะทันทีที่ยานลงจอด ท่านนายพลกระโดดลงจากยาน ตรงดิ่งเข้าสู่ห้องทำงานด้วยอาการรีบเร่ง นายทหารคนสนิทเดินตามหลังทันทีที่เจ้านายให้สัญญาณ ภายในห้องทำงานของผู้กุมอำนาจลำดับที่สองของอาณาจักร แตกต่างโดยสิ้นเชิงจากห้องทำงานของท่านนายกรัฐมนตรี เครื่องประดับทุกอย่าง เครื่องมือเครื่องใช้ทุกชิ้นทำขึ้นจากวัสดุธรรมดา จัดวางไว้อย่างมีระเบียบ พร้อมที่จะหยิบใช้สอยได้ทุกเมื่อ ผนังห้องสีขาว ผ้าม่านสีขาว ดูแล้วให้ความรู้สึกปลอดโปร่ง
Written on November 13, 2008 | Posted in
อายรนคร |
Leave a comment
ท่านประธานสภาเป็นชายร่างสูงผมหยิก นัยน์ตาเคลื่อนไหวสอดส่องรอบตัวตลอดเวลา ใบหน้าเรียว จมูกงองุ้ม เป็นบุรุษวัยกลางคนที่ยังคล่องแคล่วปราดเปรียว ฉลาดและมีความสามารถในการจูงใจคน ท่านคือบุคคลหนึ่งที่มีอำนาจที่สุดในอารยนคร เป็นรองก็แต่ท่านนายกรัฐมนตรีและผู้บัญชาการกองทัพเท่านั้น
เมื่อยานประจำตำแหน่งของผู้บัญชาการทหารกลับไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ยานส่วนตัวลำหรูหราของท่านประธานสภาก็มาถึง ท่านประธานพร้อมด้วยผู้ติดตามกลุ่มหนึ่งลงจากยาน ผู้นำกลุ่มตรงมายังห้องทำงานของนายกรัฐมนตรี ผู้ติดตามเข้าพักรอในห้องรับรอง ดื่มกินฆ่าเวลา
Written on November 13, 2008 | Posted in
อายรนคร |
Leave a comment
ศาสตราจารย์หนุ่มไม่อยากเชื่อว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะเกิดขึ้นในอาณาจักรอารยะ ข่าวลือแพร่ไปในหมู่ชนชั้นสูง การติดต่อสื่อสารที่ครอบคลุมทั่วอาณาจักร ช่วยให้ข่าวลือแพร่ขยายไปสู่นครรอบนอกอย่างรวดเร็ว ชนชั้นสูงที่มีเครื่องมือสื่อสาร มีเส้นสายพรรคพวกอยู่ในวงผู้ปกครอง ต่างได้รับข่าวสารไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง มากน้อยต่างกัน ส่วนประชาชนธรรมดาอาศัยการเล่าจากปากสู่ปาก แพร่ไปเหมือนไฟลาม
Written on November 13, 2008 | Posted in
อายรนคร |
Leave a comment
เหตุการณ์เกิดขึ้นในมหาอาณาจักรอารยะ ปลุกชาวโลกให้ตื่นขึ้นมามองเป็นจุดเดียวกัน ผู้ปกครองอาณาจักรทั่วโลกต่างคอยเงี่ยหูฟังข่าวที่ออกไปจากอารยนคร เอกอัครราชทูตของอาณาจักรต่าง ๆ เร่งรวบรวมข่าวสารส่งไปให้ผู้ปกครองของตน อันจะเป็นประโยชน์ต่อการกำหนดนโยบายอันเหมาะสม ในความสัมพันธ์กับอาณาจักรอารยะต่อไป
Written on November 13, 2008 | Posted in
อายรนคร |
Leave a comment
ท่านนายพลอายุน้อยที่สุดในกองทัพของอารยะ เป็นคนสนิทของอดีตนายกรัฐมนตรีเมื่อกาลก่อน บัดนี้คือราชเลขานุการและเป็นผู้บัญชาการทหารที่แข็งแกร่งที่สุดหน่วยหนึ่ง มีอำนาจรองลงมาก็แค่เพียงผู้บัญชาการใหญ่ กองทหารจำนวนนับแสนนายต่างเชื่อฟังท่านนายพล หน่วยทหารที่เรียกว่าราชองครักษ์ ถูกฝึกให้เชี่ยวชาญการรบทุกรูปแบบ เป็นทหารหน่วยเดียวที่ไม่ต้องขึ้นต่อผู้บัญชาการใหญ่ เพราะเป็นทหารขององค์จักรพรรดิ
Written on November 13, 2008 | Posted in
อายรนคร |
Leave a comment
ท่านผู้บัญชาการกองทัพอารยะรู้สึกปวดแปลบในสมอง อาการดังกล่าวเกิดขึ้นบ่อยนับตั้งแต่เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เป็นต้นมา ยิ่งเมื่อสภาปกครองโดยเฉพาะพระบรมราชโองการขององค์จักรพรรดิ สั่งปลดผู้ปกครองนครทางด้านตะวันออก ซึ่งเกิดกรณีประชาชนทำร้ายเจ้าหน้าที่จนบาดเจ็บ สั่งให้ทหารเข้าควบคุมแทน มันทำให้ท่านนายพลยิ่งเป็นกังวลเพิ่มทวีคูณ ทหารที่เข้าไปควบคุมไม่ใช่ทหารที่อยู่ในบังคับบัญชาการของท่าน แต่เป็นทหารราชองครักษ์ หน่วยรบที่เยี่ยมยอดที่สุดของอารยะ
Written on November 13, 2008 | Posted in
อายรนคร |
Leave a comment
ท่านผู้บัญชาการใหญ่แห่งกองทัพอารยนครจ้องมองเพื่อนอย่างไม่เชื่อสายตา เพื่อนของท่าน-อดีตนายกรัฐมนตรีแห่งอารยะ บัดนี้คือองค์จักรพรรดิที่ทรงอำนาจที่สุดในดวงดาวประทับนั่งบนบัลลังก์ทอง ในชุดฉลองพระองค์ล้ำค่า องค์เหนือหัวทรงจ้องมองผู้บัญชาการทหารด้วยแววพระเนตรแสดงความสงสัย ท่านผู้บัญชาการใหญ่นั่งตัวตรง ผึ่งผาย ท่าทางไม่หวั่นเกรงพระราชอำนาจขององค์เหนือหัวแต่อย่างใด
Written on November 13, 2008 | Posted in
อายรนคร |
Leave a comment
เขาคือชายหนุ่มวัยต้นสามสิบ รูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้าคมคาย ผมหยักศกสีดำสนิท ท่าทางสุขุมแต่เคลื่อนไหวคล่องแคล่ว พูดจาชัดเจน เป็นคนหนุ่มที่เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับคนในวัยเดียวกัน ฉลาดและซื่อสัตย์ต่อความคิดของตน
“ คุณไม่เปลี่ยนแปลงไปเลยนะเพื่อน ” ท่านศาสตราจารย์ทักทายอย่างคุ้นเคย อีกฝ่ายยิ้มรับ ทั้งสองสวมกอดกันด้วยความ
Written on November 12, 2008 | Posted in
อายรนคร |
Leave a comment
“ บังอาจ บังอาจนัก ! ”
พระสุรเสียงขององค์จักรพรรดิแสดงความพิโรธอย่างเห็นได้ชัด ดวงพักตร์แดงกร่ำด้วยอาการขุ่นเคือง แววเนตรวาวโรจน์ดุจเปลวไฟที่พร้อมจะลุกไหม้ทุกสิ่งให้พินาศ ทรงขยุ้มพระหัตถ์กับบัลลังก์ทอง
ท่านประธานสภาปกครองนั่งก้มหน้านิ่งอยู่เบื้องพระพักตร์องค์จักรพรรดิ ท่านนายพลหนุ่มผู้บัญชาการทหารราชองครักษ์ก็เช่นกัน ทั้งสองไม่กล้าเอ่ยคำพูดใด ๆ ออกมา เนื่องจากเกรงว่าจะทำให้ขุ่นเคืองเบื้องยุคลบาท องค์จักรพรรดิทรงจ้องมองคนทั้งสองอย่างไม่พอพระทัย
Written on November 12, 2008 | Posted in
อายรนคร |
Leave a comment