ย่าสอนหลาน : ภูมิปัญญาอีสานในงานวรรณกรรม(2)

คราวที่แล้วผมได้สรุปแก่นความคิดจากวรรณกรรมเรื่องย่าสอนหลาน อันเป็นมรดกทางภูมิปัญญาของคนอีสานบ้านเฮาเอาไว้ ว่ามีอยู่หลายประเด็น คราวนี้จะขอเล่าถึงแต่ละประเด็นโดยละเอียด เพื่อให้เห็นถึง “แก่น” หรือ “วิสัยทัศน์” แห่งบรรพบุรุษอีสาน ว่าท่านมีความลึกซึ้งต่อโลกและชีวิตขนาดไหน

ย่าสอนหลาน:ภูมิปัญญาอีสานในงานวรรณกรรม (1)

ภาคอีสานของเรานั้นอุดมไปด้วยสมบัติทางภูมิปัญญาจนไม่อาจประเมินค่าได้ โดยเฉพาะสมบัติทางด้านศิลปวัฒนธรรมนั้นเป็นที่ประจักษ์มานานแล้วว่า มีมากมายเป็นอัตปือ วรรณกรรมก็เป็นหนึ่งในมวลมรดกด้านศิลปวัฒนธรรม และวรรณกรรมอีสานบ้านเฮานั้นมีหลายหลากมากแท้
คนรุ่นอายุสัก 40 ปีขึ้นไปย่อมคุ้นเคยกับวรรณกรรมพื้นบ้านที่ได้รับการบอกเล่าจากปากต่อปาก เรื่องที่ได้รับการบอกเล่ามากที่สุด ถือเป็นเรื่องยอดนอยมก็เห็นจะเป็นเซียงเมี่ยง รองลงมาก็ ขูลูนางอั้ว พญาแถน ท้าวก่ำกาดำ ฯลฯ และนิทานก้อมที่เน้นตลกเสียดสีสนุกสนานและโป๊หน่อยๆเฉียดๆเรตเอ็กซ์ก็มีไม่น้อย ฟังทีไรก็สร้างความครื้นเครงทั้งผู้พูดและผู้ฟัง

ชีวิตในสวนป่าน้อยๆที่บ้าน

ที่บ้านของผม (อันที่จริงแล้วเป็นบ้านของภรรยาต่างหาก) มีที่ว่างอยู่สักประมาณ ๑๐ ตารางเมตร ตรงมุมกำแพงบ้านด้านหน้า ที่ตรงนี้แหละที่ผมแปลงเป็นสวนเป็นป่าตามแต่จะเหตุการณ์จะพาไป นั่นคือ บางครั้งก็เป็นสวนผักหลายชนิด บางครั้งก็เป็นป่าเล็กๆที่เต็มไปด้วยต้นไม้ประดับ ตอนนี้เป็นการผสมกันระหว่างสองชนิด เป็นทั้งสวนผักและป่า คล้ายไร่นาสวนผสมของเกษตรกร

ยินดีต้อนรับทุกท่านที่มาเยือน

ข้อเขียนในบล็อกนี้ท่านสามารถนำไปเผยแพร่ผ่านสื่อต่าง ๆ เพื่อประโยชน์แก่สาธารณะได้ โดยอ้างอิงผู้เขียน โกศล อนุสิม และ www.kosolanusim.org หากนำไปเผยแพร่ผ่านสื่ออินเตอร์เน็ตโปรดใส่ลิงก์เชื่อมโยงกลับมาที่นี่ด้วย ห้ามนำไปแสวงหาประโยชน์ในทางการค้าใด ๆ

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย. มูลนิธินักอ่านบ้านนา

สโมสรหนอนหนังสือ

ในโลกหนังสือ 365 วัน

เรื่องล่าสุด

เรื่องน่าอ่าน

คนร่วมคุย

Free counter and web stats