บทสนทนาของจิ้งจกกับกวีหนุ่ม

กวีหนุ่มกำลังสร้างสรรค์บทกวีหน้าเครื่องคอมพิวเตอร์ (แน่นอน กวีทุกวันนี้มีจำนวนน้อยที่เขียนต้นฉบับด้วยกระดาษ) ขณะกำลังบรรจงใช้นิ้วชี้ทั้งซ้ายขวาจิ้มแป้นพิมพ์ดีดอยู่นั้น จิ้งจกปรากฏตัวขึ้นที่ผนังห้องด้านหลังจอคอมพิวเตอร์ ส่งเสียงทักทาย

“สวัสดีคุณมนุษย์” จิ้งจกร้องทัก

กวีเงยหน้ามองไปทางต้นเสียง เห็นจิ้งจกกำลังเปลี่ยนสีจากสีนวลๆเหมือนแสงไฟไปเป็นสีแดง ค่อย ๆ แดงขึ้นทีละน้อยๆ

“สวัสดีจิ้งจก” กวีทักตอบ มองสีจิ้งจกที่กำลังเปลี่ยนไปด้วยความแปลกใจ “อ้าว ทำไมสีของคุณจิ้งจกเปลี่ยนเป็นสีแดงล่ะนั่น”

จิ้งจกผงกหัวให้กวี (แน่นอน เป็นการผงกหัวที่มีจุดมุ่งหมายต่างจากกิ้งก่าในนิทาน) เพื่อแสดงความขอบคุณทีกวีให้ความสำคัญกับสิ่งที่ตนกำลังทำ

“เป็นการให้เกียรติผู้อื่นของชาติพันธุ์จิ้งจกโดยเปลี่ยนสีผิวให้เหมือนกับผู้ที่เรากำลังสนทนาด้วย” จิ้งจกอธิบาย

กวีหนุ่มมองดูตัวเองจึงเข้าใจ เพราะเขาใส่เสื้อยืดสีแดงนั่นเอง จิ้งจกจึงเปลี่ยนสีผิวเป็นสีแดง

“ขอบคุณ” กวีหนุ่มตอบ รู้สึกชอบใจจิ้งจกตัวนี้ขึ้นมาเป็นอันมาก ปกติเขาก็ชอบสัตว์ประเภทพวก กิ้งก่า จิ้งเหลน ตุ๊กแก อยู่แล้ว ด้วยว่าเป็นสัตว์ที่น่ารักและหาดูได้ยากในความคิดของเขา ถ้าจะรักจิ้งจกช่างพูดตัวนี้เพิ่มขึ้นอีกชนิดหนึ่งก็เป็นเรื่องที่ดี

“แล้วท่านกำลังทำอะไรอยู่ล่ะท่านมนุษย์” จิ้งจกถาม

“เขียนบทกวี” กวีตอบ “จิ้งจกรู้จักบทกวีไหมล่ะ”

“บทกวีหรือ ไม่รู้จัก บทกวีกวีมันคืออะไรล่ะท่าน”

“บทกวีก็เป็นถ้อยคำที่แสดงให้เห็นถึงภูมิปัญญาอันชาญฉลาด ความคิดอันยิ่งใหญ่ วัฒนธรรมอันศิวิไลซ์ เป็นเครื่องแสดงให้เห็นถึงความเจริญของมนุษย์” กวีหนุ่มสาธยายด้วยความภาคภูมิใจ “หากโลกแล้งกวี โลกนี้ก็ไม่ต่างจากโลกอันโง่เขลา”

จิ้งจกนิ่งฟังกวีหนุ่มด้วยอาการสงบ พอกวีหนุ่มสาธยายจบ จิ้งจกก็ไม่ได้พูดอะไร นิ่งอยู่อย่างนั้น จนกวีหนุ่มแปลกใจ

“ทำไมเงียบไปล่ะจิ้งจก” กวีหนุ่มถามด้วยความสงสัย จิ้งจกไม่ตอบแต่กลับถามว่า

“บทกวีของท่านกินได้ไหม หิวแล้วเขียนบทกวีจะอิ่มเหมือนกินอาหารไหม”

“ไม่หรอก” กวีหนุ่มตอบเสียงอ่อนลง พลางนึกถึงค่าเรื่องบทกวีที่ยังไม่ได้รับ และบทกวีอีกมามายที่ส่งไปตามนิตยสารต่าง ๆ ที่ยังไม่ได้ตีพิมพ์ “บทกวีไม่ทำให้อิ่มเหมือนกินอาหาร แต่หล่อเลี้ยงจิตใจให้เห็นในคุณค่าของความมีชีวิต”

“อืมมม์ งั้นบทกวีก็ไม่มีประโยชน์สำหรับจิ้งจก” จิ้งจกบอกกวีหนุ่ม “จิ้งจกต้องการแมลงเพื่อกินให้อิ่มเท่านั้น”

“อืมมม์” กวีหนุ่มส่งเสียงในลำคอ

“ที่นี่ไม่มีแมลง งั้นจิ้งจกไปก่อนล่ะท่าน ไปหาแมลงกินก่อน สวัสดี”

กวีหนุ่มขยับตัวเปลี่ยนแก้เมื่อยขบ จิ้งจกวิ่งปราดไปตามผนัง ลอดรอยแยกของประตูออกไปข้างนอกโดยใช้เวลาแค่เสี้ยวนาที ปล่อยให้กวีหนุ่มอยู่กับการสร้างสรรค์บทกวีอันยิ่งใหญ่เพียงลำพัง.

โกศล อนุสิม
๑๓ มกราคม ๒๕๕๓

เชิญอ่านเรื่องแนวเดียวกันเพิ่มเติม

This entry was posted on Wednesday, January 13th, 2010 and is filed under เรื่องสั้น และ si-fi. You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. You can leave a response, or trackback from your own site.

เชิญร่วมแสดงความคิดเห็นที่นี่ครับ

ยินดีต้อนรับทุกท่านที่มาเยือน

ข้อเขียนในบล็อกนี้ท่านสามารถนำไปเผยแพร่ผ่านสื่อต่าง ๆ เพื่อประโยชน์แก่สาธารณะได้ โดยอ้างอิงผู้เขียน โกศล อนุสิม และ www.kosolanusim.org หากนำไปเผยแพร่ผ่านสื่ออินเตอร์เน็ตโปรดใส่ลิงก์เชื่อมโยงกลับมาที่นี่ด้วย ห้ามนำไปแสวงหาประโยชน์ในทางการค้าใด ๆ

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย. มูลนิธินักอ่านบ้านนา

สโมสรหนอนหนังสือ

ในโลกหนังสือ 365 วัน

เรื่องล่าสุด

เรื่องน่าอ่าน

คนร่วมคุย

Free counter and web stats