หนังสือทำมือถึงหนังสือดิจิตอล ทางเลือกของนักเขียนพันธุ์ Underground Dog


ปัจจุบันการเผยแพร่งานวรรณกรรม (หมายรวมหนังสือทุกประเภท) ตกอยู่ภายใต้การจัดการของบรรดา “ผู้มีอำนาจทางวรรณกรรม” ซึ่งมีอยู่อย่างน้อย ๓ กลุ่ม ได้แก่ ผู้มีอำนาจในสำนักพิมพ์ ผู้มีอำนาจในตลาดหนังสือ และผู้มีอำนาจในการกำหนดคุณค่าของหนังสือ  ทั้งสามกลุ่มถิอเป็นกลุ่มคนที่มีอิทธิพลในวงการหนังสือ ดังจะขออภิปรายพอสังเขป คือ

๑. ผู้มีอำนาจในสำนักพิมพ์ ซึ่งแบ่งชั้นความสัมพันธ์ผู้มีอำนาจน้อยไปหาผู้มีอำนาจมากคือ เริ่มต้นจากบรรดาบรรณาธิการสำนักพิมพ์ทั้งหลายที่มีหน้าที่จัดทำต้นฉบับ รูปเล่มและการผลิต ทำงานภายใต้การดูแลของของบรรณาธิการบริหารที่มีหน้าที่อ่านและพิจารณาต้นฉบับว่าสมควรจัดพิมพ์หรือส่งคืนผู้เขียน(ปกติแล้วในเมืองไทยมักไม่ส่งคืน โดยเป็นหน้าที่ของผู้เขียนต้องทำสำเนาไว้เอง) บรรณาธิการบริหารทำงานอยู่ภายใต้การกำกับของบรรณาธิการอำนวยการอีกต่อหนึ่ง โดยบรรณาธิการอำนวยการเป็นผู้ให้นโยบายการทำงานแก่บรรณาธิการบริหารรวมถึงร่วมพิจารณาและตัดสินใจในบางเรื่องด้วย ซึ่งบรรณาธิการอำนวยการบางคนก็คือเจ้าของสำนักพิมพ์ อาจจะเป็นคนเดียวกับกรรมการผู้จัดการ หรือประธานกรรมการของ “บริษัทสำนักพิมพ์” และบริษัทสำนักพิมพ์ก็มีเป้าหมายเพื่อสร้างรายได้และกำไรจากการลงทุนพิมพ์หนังสือนั่นเอง

๒.ผู้มีอำนาจในตลาดหนังสือ ได้แก่บรรดาผู้จัดจำหน่ายทั้งหลายที่รับหนังสือจากสำนักพิมพ์ไปวางขายตามร้านหนังสือทั่วประเทศ เป็นผู้กุมสภาพข้อมูลด้านการตลาดไว้มากที่สุด มีอำนาจในการกำหนดทิศทางของสำนักพิมพ์กรายๆ เพราะรู้ว่าหนังสือประเภทใดขายได้หรือขายไม่ได้ ให้คำแนะนำสำนักพิมพ์ให้จัดพิมพ์หนังสือตรงความต้องการของตลาด ปัจจุบันมีอิทธิพลถึงขนาดสำนักพิมพ์ต้องส่งต้นฉบับให้ผู้จัดจำหน่ายพิจารณาก่อนว่าจะขายได้หรือไม่ สมควรพิมพ์หรือไม่ และควรพิมพ์จำนวนเท่าใด

๓. ผู้มีอำนาจในการกำหนดคุณค่าของหนังสือ อันได้แก่ บรรดาคณะกรรมการตัดสินรางวัลหนังสือ เช่น รางวัลซีไรต์ รางวัลสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ รางวัลพานแว่นฟ้า รางวัลของหน่วยงานรับและเอกชนต่างๆ ที่จัดกันขึ้นมากมายในทุกๆปี คณะกรรมการในแต่ละรางวัลเหล่านี้มักจะเป็นผู้ทรงคุณวุฒิกลุ่มเดิม อาจจะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปบ้าง แต่ก็ถือได้ว่า เป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่เห็นหน้าค่าตากันอยู่อย่างคุ้นเคย

ผู้มีอำนาจทางวรรณกรรมที่กุมอำนาจในวงวรรณกรรมทั้งสามกลุ่มนี้ เป็นผู้ที่มีส่วนในการตัดสินชะตากรรมของผู้สร้างงานวรรณกรรมคือนักเขียนทั้งหลายเป็นอันมาก (ซึ่งจะหาโอกาสอภิปรายขยายความเรื่องนี้โดยพิสดารในกาลข้างหน้า) โดยเฉพาะนักหน้าเขียนใหม่ ทั้งหลาย การที่จะผ่านผู้ทรงอำนาจกลุ่มแรกคือเหล่าบรรณาธิการสำนักพิมพ์ได้นั้น ก็ต้องอาศัยเวลายาวนานพอสมควร รวมทั้งโชคด้วยว่าจะ “โดนใจ” บรรณาธิการหรือไม่ จากนั้นก็ยังจะต้องผ่านด่านผู้ทรงอำนาจกลุ่มที่สองอีก เมื่อผ่านไปสู่การจัดพิมพ์จนวางจำหน่ายแล้ว ยังจะต้องผ่านอีกขั้นตอนหนึ่ง นั่นคือ การพิสูจน์คุณค่าทางวรรณกรรมโดยผู้ทรงอำนาจกลุ่มที่สาม คือคณะกรรมการทั้งหลายอีกครั้งหนึ่ง จึงจะครบวงจร

นี่เป็นการลำดับความสัมพันธ์โดยกว้างๆ ซึ่งหนังสือบางประเภท บางเรื่อง อาจจะไม่เข้าข่ายวงจรที่ได้กล่าวมานี้


เมื่อขั้นตอนหรือวงจรการเผยแพร่งานวรรณกรรมต้องผ่านการตัดสินของผู้ทรงอำนาจทางวรรณกรรมโดยเฉพาะกลุ่มที่ ๑ และ กลุ่มที่ ๒ นั้น ทำให้นักเขียนใหม่ๆที่รักงานวรรณกรรมและต้องการเผยแพร่งานของตนต้องคิดหาทางออกเพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดดังกล่าว หนทางที่ใช้หลีกเลี่ยงก็คือการทำหนังสือด้วยตัวเอง เผยแพร่ในหมู่เพื่อนฝูงและผู้สนใจทั่วไป นั่นคือ การทำหนังสือ “ทำมือ” ที่ฟูเฟื่องเป็นอย่างมากในช่วงประมาณ ๕-๑๐ ปีที่ผ่านมา

อันที่จริงแล้วหนังสือ “ทำมือ” นั้นมีมาเมื่อนานมาแล้ว หากพิจารณาจากคำจำกัดความของหนังสือทำมือที่เข้าใจกันโดยทั่วไปคือ “เป็นหนังสือที่ทำด้วยมือทุกขั้นตอน ตั้งแต่การพิมพ์ต้นฉบับ การจัดรูปเล่ม การพิมพ์บนกระดาษ การตัดและเข้าเล่ม จนสำเร็จออกมาเป็นหนังสือย่างสมบูรณ์” โดยในปัจจุบันนี้เครื่องมือสำคัญก็คือเครื่องคอมพิวเตอร์และเครื่องพิมพ์ (Printer) ซึ่งใช้แทนแท่นพิมพ์ในการพิมพ์หนังสือทั่วไป ดังนั้น เมื่อตีความตามคำจำกัดความของหนังสือทำมือดังกล่าว หนังสือที่ทำกันในสมัยก่อนเมื่อผมยังเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยนั้น ก็สังเคราะห์เข้าเป็นหนังสือทำมือได้ ต่างแต่ว่าสมัยโน้นพิมพ์ด้วยเครื่องโรเนียว (ได้ยินมาว่า แม้แต่พลพรรคคอมมิวนิสต์ในป่าเขาก็ใช้เครื่องโรเนียวทำหนังสือด้วย)

ตัวผมนั้น หนังสือเล่มแรกคือ “ฝุ่นทรายในสายลม” ก็เป็นหนังสือทำมือ โดย “หนอนอ้อม” หรือ วัน ณ จันทร์ธาร เป็นคนทำให้ โดยผู้ออกเงินซื้ออุปกรณ์ทั้งหลายคือเพื่อนผมเอง สุสดา พันนุฤทธิ์ (ผู้ชายนะครับ ปัจจุบันเป็นทนายใหญ่ คือตัวใหญ่มาก) ทำเสร็จแล้วก็แจกบ้าง ขายบ้างในมหาวิทยาลัย เป็นที่สนุกสนานยิ่งนัก

หนังสือทำมือจึงเป็นหนทางในการเผยแพร่วรรณกรรมที่ดีมากในความคิดของผม เพราะเป็นหนทางที่ทำให้นักเขียนอาศัยเป็นเวทีในการสร้างตัวตนขึ้นมาโดยอิสระ ไม่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลหรือการตัดสินของบรรดาผู้ทรงอำนาจทางวรรณกรรมทั้งหลาย ที่ถึงแม้ว่าจะเป็นระบบที่ดีแต่ก็มีข้อจำกัดหลายอย่าง โดยเฉพาะเรื่องธุรกิจ ขาดทุน กำไร ซึ่งอาจทำให้นักเขียนที่มีความตั้งใจดี มีงานดีๆแต่มีแนวโน้มว่าจะขายไม่ได้ต้องพลาดโอกาสไป ที่สำคัญก็คือ ผู้อ่านมีทางเลือกในการอ่านงานมากขึ้น มีอิสระในการเลือกงานอื่นๆนอกเหนือจากงานที่บรรดาผู้ทรงอำนาจทางวรรณกรรมคัดเลือกมาให้บนแผงหนังสือ

ในวันนี้ หนังสือทำมือได้พัฒนาขึ้นมาอีกขั้นหนึ่ง นั่นคือหนังสือดิจิตอลที่สามารถพิมพ์เป็นเล่มและมีคุณภาพไม่ต่างจากพิมพ์โดยโรงพิมพ์ทั่วไป แต่ที่ต่างกันก็คือพิมพ์ได้ตั้งแต่ ๑ เล่มขึ้นไป นั่นหมายความว่าจำนวนพิมพ์ไม่ได้เป็นข้อจำกัดเหมือนโรงพิมพ์ทั่วไปที่จะต้องคำนึงถึงจุดคุ้มทุนก่อนจะพิมพ์ แต่สำหรับงานพิมพ์โดยระบบดิจิตอลนั้น ข้อจำกัดเรื่องนี้ไม่มี

นักเขียนใหม่ นักเขียนนอกสายตา นักเขียนชายขอบ นักเขียนใต้ดิน นักเขียนไก่รองบ่อน หรือเรียกรวมๆเป็นภาษาฝรั่งว่า Underground Dog สามารถเผยแพร่งานวรรณกรรมของตนได้มากขึ้น ผนวกกับการซื้อขายผ่านอินเตอร์เน็ตแพร่หลายในปัจจุบัน ทำให้การขายหนังสือไม่ต้องอาศัยร้านหนังสือก็สามารถขายได้ ปัจจุบันมีผู้ให้บริการฝากขายหนังสือพิมพ์แบบดิจิตอลโดยจัดรูปเล่มเอาไว้ มีคนสั่งซื้อค่อยพิมพ์ให้ นับเป็นทางเลือกที่ดีทั้งผู้เขียนและผู้อ่าน

นี่เป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้เพื่อความเป็นอิสระได้หรือไม่? เป็นการต่อสู้เพื่อให้พ้นไปจากเขตอิทธิพลของ “ผู้มีอำนาจทางวรรณกรรม” ของนักเขียนพันธุ์ Underground Dog ทั้งหลายนั่นเอง.

ยกมาจาก บล็อกโกศล อนุสิมhttp://www.oknation.net/blog/kosolanusim/2009/03/24/entry-4

เชิญอ่านเรื่องแนวเดียวกันเพิ่มเติม

This entry was posted on Wednesday, March 25th, 2009 and is filed under หลายเรื่องหลากรส. You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. You can leave a response, or trackback from your own site.

One Response to “หนังสือทำมือถึงหนังสือดิจิตอล ทางเลือกของนักเขียนพันธุ์ Underground Dog”

  1. สารบัญบทความไทย » หนังสือดิจิตอลทางเลือกของนักเขียนหน้าใหม่ on August 21st, 2009 at 8:32 am

    [...] อ่านบทความฉบับเต็มที่ : kosolanusim.org/หนังสือทำมือถึงหนังสือดิจิตอ… [...]

เชิญร่วมแสดงความคิดเห็นที่นี่ครับ

ยินดีต้อนรับทุกท่านที่มาเยือน

ข้อเขียนในบล็อกนี้ท่านสามารถนำไปเผยแพร่ผ่านสื่อต่าง ๆ เพื่อประโยชน์แก่สาธารณะได้ โดยอ้างอิงผู้เขียน โกศล อนุสิม และ www.kosolanusim.org หากนำไปเผยแพร่ผ่านสื่ออินเตอร์เน็ตโปรดใส่ลิงก์เชื่อมโยงกลับมาที่นี่ด้วย ห้ามนำไปแสวงหาประโยชน์ในทางการค้าใด ๆ

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย. มูลนิธินักอ่านบ้านนา

สโมสรหนอนหนังสือ

ในโลกหนังสือ 365 วัน

เรื่องล่าสุด

เรื่องน่าอ่าน

คนร่วมคุย

Free counter and web stats