ฝนจูบดิน(1)
พอจู่จู่ก็มาเต็มฟ้าแล้ว
พร้อมสายลมพรมแผ่วมาชุ่มฉ่ำ
พออยู่อยู่ก็หลั่งสายลงร่ายรำ
เป็นหยาดน้ำเต็มปริ่มอิ่มผืนดิน
หอมกลิ่นฝนปนกลิ่นฟ้า กลิ่นหญ้าแห้ง
บนแผ่นดินที่เคยแล้งแห้งทุกถิ่น
แสงตะวันพลันหอมล้นหลังฝนริน
นกโบยบินออกดมดอมหอมตะวัน
มวลหมู่ไม้หอมดินฟ้าแตกตาตุ่ม
ผลิยอดอ่อนอวดใบหนุ่มออกรับขวัญ
ค่อยค่อยแย้มใบยิ้มมาเยือนกัน
แต่ละคืน แต่ละวันหมั่นแตกใบ
จะหอมใดเสมอดินเมื่อดื่มฝน
แม้ใจคนยังสะท้านอกหวั่นไหว
อยากจะก้มลงจูบดินในทันใด
แต่จนใจเพราะไร้ดินสิ้นหนทาง
มิได้อยู่กลางดินกลิ่นหญ้าหอม
อยากจะดอมก็ไกลเกินด้วยเหินห่าง
ในเมืองกว้างมีคอนกรีตมากั้นกลาง
จึงถวิลอ้างว้างอย่างเดียวดาย
พอจู่จู่ก็มาเต็มฟ้ากว้าง
แล้วหลั่งสายพรายพรูพร่างอย่างง่ายง่าย
มองสายฝนคนก็เหงาเศร้าไม่คลาย
สิ้นกลิ่นอายไร้ดินหอมให้ดอมดม
พออยู่อยู่ก็หายไปจากฟ้า
ตะวันแผดแสงจ้าลงมาข่ม
สิ้นแล้วความฉ่ำชื้นที่ชื่นชม
ยังมิทันจะได้ก้มลงจูบดิน.
โกศล อนุสิมพฤษภาคม 2535 กรุงเทพฯ
วันแรกที่ฝนหลั่งสาย คิดถึงบ้านนอกเมื่อเยาว์วัย




เชิญร่วมแสดงความคิดเห็นที่นี่ครับ